HomeBlogger › ยลเสน่ห์สังขละสัมผัสสงกรานต์มอญ

ยลเสน่ห์สังขละสัมผัสสงกรานต์มอญ


 “ยลเสน่ห์สังขละ สัมผัสสงกรานต์มอญ”

ในขณะที่เหล่าพระสงฆ์ย่างเท้าอย่างสงบเข้ามาใกล้ทีละก้าว พวกเราก็บรรจงตักข้าวเม็ดสวยสีขาวบริสุทธิ์ลงในบาตรพร้อมกับอาหารและดอกไม้ธูปเทียนที่ตระเตรียมไว้ เราทำเช่นนี้ซ้ำๆ กับพระสงฆ์ทุกรูปที่เดินผ่านมาจนกระทั่งสิ่งของในมือหมดลง แม้จะเป็นการตักบาตรซึ่งไม่มีพิธีรีตองหรูหราอะไรนัก แต่กลับทำให้พวกเราทุกคนอิ่มอกอิ่มใจ บางทีการเดินทางไกลจากเมืองกรุงอันแสนวุ่นวายเพื่อมาสัมผัสวิถีชีวิตอันเรียบง่าย ณ อำเภอขอบแผ่นดินไทย-พม่า ก็เพียงพอสร้างความสุขแก่เราโดยไม่ต้องพึ่งพาอะไรอื่นอีก

 การตักบาตรพระสงฆ์ที่หมู่บ้านมอญ อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี ถือเป็นหนึ่งในกิจกรรมที่พวกเราทำร่วมด้วยกันในการเดินทางมาทริปนี้ “ยลเสน่ห์สังขละ สัมผัสสงกรานต์มอญ”

ในวันที่อากาศร้อนอบอ้าวแล้วก็แปรเปลี่ยนเป็นเม็ดฝนตกลงมาพร่างพรูเพราะเมฆครึ้มที่ลอยมาเกาะกลุ่มรวมกันบนท้องฟ้า อย่างไรสายฝนไม่อาจหยุดยั้งการเดินทาง หลังฝนหยุดทุกชีวิตพร้อมใจกันลงแพล่องไปตามสายน้ำซองกาเลีย เพื่อเดินทางไปยังวัดวังก์วิเวการามแห่งเก่า หรือที่เราเรียกกันว่าวัดจมน้ำ หรือไม่ก็เมืองบาดาล เพราะต้องจมอยู่ใต้ลำน้ำมาเป็นเวลาหลายสิบปีจากการสร้างเขื่อนวชิราลงกรณ์ และจะเข้าไปเยี่ยมชมได้เฉพาะยามหน้าแล้งซึ่งน้ำลดระดับลงสุดๆ เท่านั้น ถือเป็นหนึ่งใน Unseen Thailand อันโด่งดัง ระหว่างล่องแพลมพัดเย็นสบายสดชื่นเหมาะกับการชมวิวสองฝั่งยิ่งนัก เราปล่อยใจไปกับความงดงามพร้อมเงี่ยหูฟังเสียงไกด์สาว (ใหญ่) ชาวมอญคอยบรรยายเรื่องราวต่างๆ รวมถึงเล่าว่าจุดที่แพของเรากำลังล่องอยู่นี้เรียกว่า “สามประสบ” อันหมายถึงการไหลมาบรรจบกันของแม่น้ำซองกาเลีย แม่น้ำบีคลี่ และแม่น้ำรันตี

เรือน้อยลากพาแพบ้านหลังใหญ่พร้อมกันถึงสองหลังแล่นช้าๆ ตามลำน้ำ สวนทางกับเรืออีกหลายลำที่แล่นกลับมา ในเวลาราว 50 นาทีแพของพวกเราก็หยุดนิ่งเทียบแผ่นดินถึงที่หมาย… วัดจมน้ำ ทุกย่างก้าวที่เราสัมผัสบนแผ่นดินตรงนั้นบอกได้เลยว่าให้ความรู้สึกประทับใจอย่างยิ่ง พวกเราเข้าไปในพระอุโบสถเพื่อสักการะรูปภาพหลวงพ่ออุตตมะ (มรณภาพปี 2549) อดีตเจ้าอาวาสวัดวังก์วิเวการาม ซึ่งเป็นที่เคารพนับถือจากชาวสังขละบุรี หลังจากนั้นบ้างก็เดินชมทิวทัศน์ บ้างก็ถ่ายรูปเก็บเป็นที่ระลึก หรือโยนเหรียญลงบาตรซึ่งวางอยู่ในหลุมกลางพระอุโบสถเพื่อความเป็นสิริมงคล กระทั่งได้เวลาอันสมควรจึงลงแพเดินทางกลับ แม้เป็นเวลาเพียงสั้นๆ แต่ทุกคนก็มีความสุขอย่างยิ่งกับการได้มาเยือนสถานที่อันน่าอัศจรรย์และเปี่ยมด้วยมนต์ขลัง นอกจากนี้เมื่อกลับมาถึงที่พักยังได้พบกับภาพงดงามของท้องฟ้าสังขละบุรีที่ทอแสงสีส้มไปทั่วฟ้า

เช้าวันต่อมาพวกเราทุกคนพร้อมใจกันลุกจากที่นอนก่อนตะวันจะทอแสงเช้าเสียอีกเพื่อไปตักบาตรพระสงฆ์ที่หมู่บ้านมอญ การไปยังหมู่บ้านมอญพวกเราต้องข้ามสะพานไม้มอญ หรือชื่อเต็มๆ ว่าสะพานอุตตมานุสรณ์ ซึ่งเป็นสะพานไม้ที่ยาวที่สุดในประเทศไทย 455 เมตร และยังเป็นสะพานที่เปี่ยมเสน่ห์จนนับว่าเป็นเอกลักษณ์ของอำเภอสังขละบุรีไปแล้ว ทุกอย่างก้าวบนสะพานไม้เรียกรอยยิ้มให้กับพวกเรา โดยเฉพาะเมื่อรอบตัวคือสายหมอกสีขาวยามเช้าและอากาศสดชื่นเป็นที่สุดที่ไม่ว่าใครก็ต้องหลงรัก และอย่างช้าๆ ที่ดวงอาทิตย์ค่อยๆ เปล่งประกายเจิดจ้ารุกไล่สายหมอกให้จางหาย แม่น้ำซองกาเลียก็เปล่งประกายสะท้อนแสงนั้นจนกลายเป็นแม่น้ำสีทอง

ความอิ่มใจจากการตักบาตรของพวกเราได้รับการสานต่อเป็นความเพลิดเพลินกับการเดินชมวิถีชีวิตความเป็นไปของผู้คนในหมู่บ้านมอญ ซึ่งอยู่กันอย่างเรียบง่ายจนทำให้นึกถึงคำว่า “ชีวิตที่พอเพียง” อันเป็นที่มาของความสุขที่แท้จริง พวกเราหลายคนกลับมาซึมซับความงดงามบนสะพานมอญ บางคนเดินจับจ่ายอุดหนุนชาวบ้านด้วยการซื้อสินค้าท้องถิ่น และบ้างลงไปเดินเล่นริมน้ำซองกาเลียปลดปล่อยกายใจกับความสบายที่อยู่รอบด้าน

ยามสายมาเยือนพวกเราเดินทางสู่วัดสมเด็จ และด่านเจดีย์สามองค์ พร้อมรับประทานอาหารกลางวันบริเวณห้วยซองกาเลีย ชุ่มฉ่ำสดชื่นด้วยสายน้ำจากชาวบ้านที่มาเล่นน้ำดับร้อนกันเพียบ ก่อนเข้าสักการะรูปปั้นหลวงพ่ออุตตมะ และพระพุทธรูปหยกขาว ที่วัดวังก์วิเวการาม

บ่ายแก่ๆ กับไฮไลท์สำคัญที่สุดของการเดินทางของพวกเราสำหรับทริปนี้คือร่วมพิธีสงกรานต์มอญที่เจดีย์พุทธคยา น่าอัศจรรย์ใจที่เปลวแดดซึ่งแผดเผามาตลอดทั้งวันกลับถูกเมฆใหญ่เข้ามาปกคลุมช่วยผ่อนความร้อนลง พวกเราได้เห็นชาวมอญทั้งชายและหญิงหลายร้อยหลายพันคนพร้อมใจกันสวมชุดประจำชาติมาร่วมกันสรงน้ำพระผ่านทางรางไม้ไผ่ยาวหลายสิบเมตร ทุกคนต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าไม่เคยร่วมประเพณีสงกรานต์ที่งดงามและเต็มไปด้วยเอกลักษณ์ทางท้องถิ่นเช่นนี้มาก่อน เมื่อสรงน้ำพระเสร็จชาวบ้านก็พากันสาดน้ำกันอย่างสนุกสนานพอหอมปากหอมได้รับความสนุกสนานกับแบบเต็มพิกัด

ด้วยความสนุกสนานจากการท่องเที่ยวและบรรยากาศสวยงาม พวกเรารู้สึกว่าเวลาแห่งความสุขที่สังขละบุรี ดูเหมือนจะหมดลงเร็วเหลือเกิน แต่ทุกการเริ่มต้นย่อมมีจุดสิ้นสุด อย่างไรก็ตามก่อนที่จะอำลาความประทับใจที่สังขละบุรี พวกเรามีโอกาสร่วมกันทำบุญ ณ วัดวังก์วิเวการาม พร้อมร่วมขบวนแห่ยอดฉัตรจากวัดสู่เจดีย์พุทธคยา ซึ่งเป็นอีกวันที่ชาวมอญล้วนพร้อมใจกันแต่งตัวสวยหล่อมาร่วมกันจนขบวนยาวเหยียด

     

แม้จะเป็นเพียงช่วงเวลาสั้นๆ แต่ความสุขที่ทุกคนได้รับจากการเดินทางทริปนี้เต็มเปี่ยมไปด้วยความประทับใจ ที่จะประทับอยู่ในใจอย่างไม่มีวันลืม

เมื่อเทศกาลสงกรานต์จะกลับมาถึงในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้ อยากจะบอกนักท่องเที่ยวทุกท่านที่ยังไม่เคยไปสัมผัสสงกรานต์มอญ ว่าท่านพลาดไม่ได้แล้วเพราะเราไม่รู้ว่าความเจริญที่เข้าไปจะทำให้ประเพณีอันดีงามเหล่านี้จะคงอยู่ไปได้นานแค่ไหน  แต่ก็หวังใจเป็นอย่างยิ่งว่ามันจะคงอยู่ตลอดไป

ก่อนเดินทางตรวจสอบวันเวลาและกำหนดการจัดงานด้วยน่ะค่ะ

ที่การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย 1672  หรือสามารถสอบถามได้ที่ ททท.สำนักงานกาญจนบุรี 0 3451 1200

http://www.facebook.com/tatkan

 

บก.เพลินจิตคิดแต่เที่ยว

http://www.tiewplearn/กาญจนบุรี

 

บทความที่เกี่ยวข้อง

SACICT ขอเชิญชม นิทรรศการเทิดพระเกียรติฯ งานเอกลักษณ์ ทักษะฝีมือ กลุ่มชาติพันธุ์
ด่วนที่สุด!! ก่อนปิดรับสมัคร ตั้งแต่วัน ถึง 27 เมษายน 2561 นี้
ททท. เปิดตัวกิจกรรม “Enjoy Local : จับมือพันธมิตรชวนเที่ยวเมืองรองได้ลุ้นได้แต้ม

Comments are closed.

โปรโมชั่นพิเศษสำหรับนักท่องเที่ยว ส่วนลดที่พัก โปรโมชั่นที่พักสุดพิเศษ
Loading...