Home › Page › แนะนำสถานที่ท่องเที่ยว

แนะนำสถานที่ท่องเที่ยว

รวบรวมข้อมูลแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวทั่วไทย

ไหว้ขอพรหลวงพ่อสัมฤทธิ์วัดโคกขาม

ท่องเที่ยวไปกับพี่หนุ่ม-สุทน ไหว้ขอพรหลวงพ่อสัมฤทธิ์วัดโคกขาม

สวัสดียามเช้าวันนี้พี่หนุ่ม-สุทนได้รับเชิญจากททท.สำงานสมุทรสคงราม  ให้เดินทางไปเก็บข้อมูลหลวงพ่อสัมฤทธิ์วัดโคกขามต.โคกขาม อ.เมือง จ.สมุทรสาคร วันนี้พี่หนุ่ม-สุทนเมื่อได้เดินทางไปแล้วต้องนำเรื่องราวมาเล่าให้ฟังเหมือนอย่างเช่นเคย

    

เริ่มต้นที่วิหารวัดโคกขามเป็นที่ประดิษฐานหลวงพ่อสัมฤทธิ์ตามชื่อชาวบ้านเรียกขานกันมา ขอย้อนกลับไปสมัยสมเด็จพระเพทราชาแห่งกรุงศรีอยุธยามีพระราชองค์การให้เมืองนครศรีธรรมราชยกทัพมาทางเรือเพื่อช่วยปราบปรามกบฏเมืองนครราชสีมาและต่อมาพระยารามเดโช ได้หนีมาบวชเป็นพระภิกษุสงฆ์อยู่วัดโคกขาม แล้วได้อัญเชิญพระพุทธรูปองค์นี้มาด้วย

 

เมื่อชาวบ้านในคลองโคกขามเดินทางมาทำบุญไหว้พระขอพรตามความเชื่อของชาวพุทธ เมื่อขอพรได้สมหวังก็เรียกกันว่าหลวงพ่อสัมฤทธิ์ศักดิ์สิทธ์ จนกระทั่งต่อมามีการสืบหาข้อมูลความเป็นมาของพระพุทธรูปองค์นี้ ได้ความตามข้อสันนิฐานว่าเป็นพระพุทธสิหิงค์องค์ที่4 ของประเทศไทย ดูตามพุทธลักษณะของพระพุทธรูปและการจัดสร้างน่าจะเป็นช่างสกุลเมืองนครศรีธรรมราชและน่าจะอัญเชิญพระพุทธสิหิงค์องค์นี้มากับกองทัพเมืองนครศรีธรรมราชเป็นข้อสันนิษฐานและเล่าขานสืบต่อกันมา

 

ส่วนพระพุทธสิหิงค์ประดิษฐานอยู่ที่ไหนบ้าง

1.พิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติกรุงเทพ

2.หอพระพุทธสิหิงค์เมืองนครศรีธรรมราช

3.พระพุทธสิหิงค์วัดพระสิงห์เมืองเชียงใหม่

4.วัดโคกขามเมืองสมุทรสาคร

 

แต่ถึงอย่างไรก็ตามปัจจุบันมีนักท่องเที่ยวเดินทางไปขอพรหลวงพ่อพระพุทธสิหิงค์ภายในวิหารวัดโคกขามกันมากเพราะจัดเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์สี่ทิศต้องเดินทางไปศึกษาพระพุทธรูปสี่ทิศในวิหารวัดโคกขาม

นอกจากนี้นักท่องเที่ยวสามารถพายเรือเพื่อย้อนอดีตในคลองโคกขามได้อีกด้วย

            

สุดท้ายเลยไปไม่ไกลมากนักมีที่พักเป็นโรงแรมห้องพักหรูชื่อว่าGRAND INTER HOTEL มีห้องพัก70ห้อง มีสถานที่ออกกำลังกายและห้องสัมมนาพร้อมอาหารทะเลหลากหลายมีสถานที่จอดรถยนต์สะดวกสบาย

บริษัทนำเที่ยวน่าจัดให้นักท่องเที่ยวได้เดินทางไปเที่ยวและพักแรมGRAND INTER HOTEL

   

ดังนั้นจ.สมุทรสาครมีแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และมีที่พักรองรับนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติได้ด้วย

สำหรับวันนี้พี่หนุ่ม-สุทน รุ่งธัญรัตน์ ขอจบเรื่องเล่าแค่นี้ก่อนเรื่องราวคลองโคกขามยังมีต่อต้องติดตามตอนหน้านะ ถ้ามีโอกาสได้เดินทางไปเที่ยว ต.โคกขาม อ.เมืองสมุทรสาครหรือจะพักแรมสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

ททท.สำนักงานสมุทรสงคราม โทรศัพท์03475-2847-8   ได้ทุกวันไม่เว้นวันหยุด

ขอขอบคุณคุณทนาดา วิจักขณะ รองผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานสมุทรสงคราม

ที่ให้การต้อนรับคณะสื่อมวลชนเดินทางไปเก็บข้อมูลแหล่งท่องเที่ยวครั้งนี้

เที่ยวชุมชนบ้านรางจันทร์ สมุทรสาคร

สวัสดียามเย็นวันอาทิตย์ วันนี้ พี่หนุ่ม-สุทนพึ่งเดินทางกลับมาจาก จ.สมุทรสาครเพราะว่า ททท.สำนักงานสมุทรสงครามดูแลพื้นที่ท่องเที่ยวสมุทรสาคร  ได้เชิญสื่อมวลชนเดินทางไปเก็บข้อมูลแหล่งท่องเที่ยวในเขตเชื่อมติดต่อ จ.สมุทรสงครามและวันนี้พี่หนุ่ม-สุทน  ก็มีเรื่องราวของแหล่งท่องเที่ยวเป็นชุมชนเก่าแก่ติดทะเลแต่เป็นเขตรอยต่อของ จ.สมุทรสาครและสมุทรสงคราม  ชุมชนหมู่บ้านชาวประมงเล็กๆ แต่ยังคงรักษาวัฒนธรรมดั้งเดิมไว้ได้อย่างดีเยี่ยมคือ   ชุมชนชาวประมงบ้านรางจันทร์ อ.เมือง จ.สมุทรสาคร

        

ชื่อบ้านรางจันทร์มาจากสามีภรรยาคู่หนึ่งเดินทางเข้ามาตั้งบ้านเรือนทำอาชีพประมงช้อนตัวเคยเพื่อมาทำเป็นกะปิขายส่งเป็นสินค้าของชาวประมงสมุทรสาคร สำหรับบ้านเรือนแห่งนี้มีเรื่องเล่าขานสืบต่อกันมาแต่เดิมสามีภรรยาคู่หนึ่งมาตั้งบ้านเรือนที่อยู่ติดกับลำธารหรือสายน้ำที่ไหลลงทะเลเค้าเรียกว่ารางน้ำ ส่วนคำว่ารางจันทร์สามีเรียกสายน้ำแห่งนี้ว่ารางจันทร์เพราะจันทร์เป็นชื่อภรรยาของตนเอง และต่อมามีบ้านเรือนเพิ่มขึ้นจึงเรียกหมู่บ้านแห่งนี้ว่าบ้านรางจันทร์

    

ชุมชนชาวประมงบ้านรางจันทร์ทาง ททท.สำนักงานสมุทรสงคราม  ส่งเสริมให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวสัมผัสวิถีชีวิตชาวประมงแบบดั้งเดิมยังคงอนุรักษ์ไว้ได้อย่างดีเยี่ยม เช่นบ่อเลี้ยงปูทะเลแบบธรรมชาติ มีอาชีพทำกะปิตัวเคยเป็นอาชีพดั้งเดิม การถีบกระดานช้อนตัวเคยในทะเลหาชมได้ยากและมีสะพานทอดยาวไปในทะเลชมวิวทิวทัศน์สวยงาม เดินสะพานไม้ไผ่สัมผัสวิถีชีวิตชาวชุมชน สุดท้ายทางชุมชนประมงบ้านรางจันทร์กำลังจัดสร้างขึ้นคือพิพิธภัณฑ์ชุมชนและบ้านพักแบบโฮมสเตย์ เป็นรูปแบบของชาวประมงโดยแท้หาพักผ่อนโฮมสเตย์แบบนี้  ได้ยากมากไม่เหมือนใคร

   

ต้องหาโอกาสเดินทางไปเที่ยวชุมชนชาวประมงบ้านรางจันทร์สักครั้งหนึ่ง  นอกจากนี้ยังมีศาลเจ้าพ่อเสือคำรณชาวบ้านเชื่อถือในความศักดิ์สิทธิ์เพราะเป็นศาลเจ้าคู่กับชุมชนชาวประมงบ้านรางจันทร์มาตั้งแต่เป็นหมู่บ้าน ส่วนนักท่องเที่ยวสนใจจะเดินทางไปเที่ยวชมสัมผัสวิถีชีวิตชุมชนชาวประมงบ้านรางจันทร์ เดินทางจากกรุงเทพไปตามถนนสายพระราม2 ข้ามคลองสุนัขหอนเลยวัดกาหลงไปประมาณ2กิโลเมตรให้ดูทางด้านซ้ายมือมีเส้นทางเข้าค่ายทีปังกร แล้วตรงไปสุดทางเลี้ยวขวาก็ถึงชุมชนชาวประมงบ้านรางจันทร์

 

วันนี้พี่หนุ่ม-สุทน รุ่งธัญรัตน์ขอจบเรื่องเล่าไว้แค่นี้และขอบ  ผอ.จิรศักดิ์ อ่วมอุไร  ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานสมุทรสงครามที่ได้เชิญสื่อมวลชนเดินทางไปเก็บข้อมูลแหล่งท่องเที่ยว จ.สมุทรสาคร ครับ

“รักษ์แสม รักเสมอ” กับ ททท.ระยอง (ระยอง-จันทบุรี)

สวัสดียามเช้าครับ พี่หนุ่ม-สุทน  ได้เดินทางไปร่วมงานในพิธีแต่งงานปูแสมหรือเค้าใช้คำว่า “รักษ์แสม รักเสมอ”

โดยทางเทศบาลตำบลเนินฆ้อง อ.แกลง จ.ระยอง  ร่วมกับ  ททท.สำนักงานระยอง จัดเป็นพิธีแต่งงานปูแสม9คู่  ขึ้นมาและจัดงานยิ่งใหญ่มากมีแขกผู้มีเกียรติเดินทางมางานนี้กันมาก พิธีเริ่ม10โมงเช้าแห่ปูแสม9คู่ข้ามสะพานรักษ์แสม จัดพิธีสู่ขอ เสร็จแล้วนำปูแสม9คู่  เดินแห่เพื่อไปที่เรือนหอ แล้วส่งตัวเข้าเรือนหอเป็นป่าโกงกางมีความอุดมสมบูรณ์ในเนื้อที่ประมาณ100ไร่ เพื่อให้ปูแสมขยายพันธ์ุเพิ่มมากขึ้น เป็นอันเสร็จสิ้นพิธีรักษ์แสม รักเสมอ เค้าจัดงานครั้งนี้เพื่อการส่งให้รักษาธรรมชาติโดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณป่าชายเลนเทศบาลตำบลเนินฆ้อง อ.แกลง จ.ระยอง

 

ขอบอกว่าน่าเดินทางไปเที่ยวมากศึกษาป่าไม้มีป่าโกงกาง ป่าแสมดำ แสมขาวเป็นสะพานเดินเป็นวงรอบ ชมวิวทิวทัศน์และล่องเรือไปปากน้ำประแส

ส่วนในเส้นทางรองคือเดินทางเลียบทะเลไปนักท่องเที่ยวสามารถแวะแหล่งท่องเที่ยวได้เช่นหมู่บ้านมาบเหลาชะโอนเป็นหมู่บ้านเก่าแก่มีมาตั้งแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย บริเวณนี้ไกล้กับแหล่งชุ่มน้ำจึงต้นกระจูดเป็นจำนวนมาก  เมื่อสมัยโบราณที่ผ่านมาชาวบ้านเมื่อออกไปหาปลามาทำอาหารแล้วใช้กระจูดร้อยเป็นพวงปลากลับมาบ้าน ต่อมาเห็นว่ากระจูดมันดีและเหนียวก็เลยนำมาสานเป็นที่รองนั่งแล้วต่อมาได้คิดและพัฒนามาเป็นเครื่องจักรสานหลายรูปแบบส่งขายต่างประเทศด้วย นักท่องเที่ยวสนใจสามารถแวะเที่ยวชมได้

เลยไปคือพื้นที่ชุ่มน้ำคล้ายๆ ป่าชายเลนเป็นสวนพฤกษศาสตร์บ้านกล้ำระยองมีเนื้อที่300กว่าไร่และแหล่งน้ำธรรมชาติขนาดใหญ่ หรือเรียกว่าแหล่งชุ่มน้ำมีพรรณไม้หายาก มีป่าดิบแล้ง กกหญ้า ป่าเสม็ดและพันธุ์พืชพันธุ์ไม้อีกมากถึง400ชนิด นอกจากนี้ยังเปิดให้นักท่องเที่ยวและผู้สนใจมากางเต้นพักแรมเพื่อศึกษาพื้นดินชุ่มน้ำแห่งนี้พร้อมทั้งล่องเรือลัดเลาะไปตามกกหญ้าได้อีกด้วย และเดินทางไปเที่ยวต่อเทศบาลตำบลเนินฆ้องล่องเรือชมธรรมชาติป่าชายเลนปากน้ำประแสก็สนุกดีนะ

สำหรับวันนี้พี่หนุ่ม-สุทน รุ่งธัญรัตน์มีเรื่องราวมาเล่าเรื่องให้ฟังเช่นเดิม และสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ททท.สำนักงานระยองโทรศัพท์038 655 420-1ได้ทุกวันไม่เว้นวันหยุด

ต้องติดตามเรื่องเล่าต่อตามรอยประวัติศาสตร์พระเจ้าตากสินให้เขตเมืองระยองครับผม

“ยอยศยิ่งฟ้าอยุธยา มรดกโลก ประจำปี 2560”

“ยอยศยิ่งฟ้าอยุธยา มรดกโลก ประจำปี 2560”

“ร่วมสืนสานวัฒนธรรม แต่งไทยร่วมงานยอยศยิ่งฟ้า อยุธยามรดกโลก”

15-24 ธันวาคม 2560 ณ อุทยานประวัติศาสตร์ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

ในงานประกอบด้วยกิจกรรมมากมายหลากหลายรูปแบบ อาทิ เช่น การแสดง แสง สี เสียง สุดยิ่งใหญ่อลังการ ตื่นตา ตื่นใจ, ตลาดย้อนยุคจำลองตลาดโบราณในสมัยกรุงศรีอยุธยา,  ถนนคนเดิน OTOP รวบรวมสินค้าดี สินค้าเด่นของจังหวัดพระนครศรีอยุธยาไว้อย่างครบครันให้ได้เลือกซื้อเลือกชมกันแบบจุใจ,  ถนนกินเส้น-กินกุ้ง ที่จะยกเอาร้านก๋วยเตี๋ยวอันลือชื่อ เลิศล่ำความอร่อยมาร่วมกันไว้ที่นี้ ในราคาแสนถูกคุณภาพคัพถ้วย แล้วไปกินกุ้งตัวใหญ่ๆในราคามิตรภาพด้วยกันค่ะ  ใกล้ๆกันก็จะมีซุ้มของเทศกาลอาหารนานาชาติ โดยจะร่วมนำเสนอเมนูเด็ดจากหลายชาติมาให้ได้ลองลิ้มชิมความอร่อยกันแบบหลากหลาย , ลานวัฒนธรรมที่หาชมได้ยากในปัจจุบันนี้,   การจัดฉายภาพยนตร์ซีรีส์  เทิดพระเกียรติ TV True   เรื่อง ศรีอโยธยา ที่จะสร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับทุกท่าน, พบปะดาราดังมากมาย  ภายในงานยังมีซุ้มมัจฉากาชาดให้ได้ช่วยทำบุญช่วยกาชาด กาชาดช่วยผู้ยากไร้, การจัดแสดง motor show โดยค่ายรถขนกันมาโชว์กว่า 10 ค่ายดัง, ภายในงานยังมีกิจกรรมแมวมองเลือกคนที่แต่งชุดไทยได้สวยงามถูกใจกรรมการของเรามากที่สุด โดยจะอยู่ตรงบริเวณถนนคนเดิน ตลาดย้อนยุค เวทีกลาง เวทีแสงสีเสียง ลานวัฒนธรรม ช่วงเวลาประมาณ 19.00 – 20.00 น., สถานที่รอบเมืองยังมีการประดับไฟอย่างสวยงาม ตระการตาทั้งเมือง กรุงศรีอยุธยาจะสร้างความสวยงามจับตา จับใจ และจะประทับใจ สำหรับนักท่องเที่ยวที่มาเยือนกรุงศรีอยุธยา

แต่งไทยไปร่วมงานกันเถอะ

ซุ้มประตู – วัดมหาธาตุ-วัดราชบูรณะ ถนนนเรศวร

เวทีการแสดง แสง สี เสียง/ จุดและซุ้มถ่ายรูป-อุโมงค์ไฟ /บูธ  Go-Ayutthaya  /ตลาดย้อนยุค

โดยเราจะเริ่มจากจุดไฮไลน์ของงานกันก่อนเลยค่ะ  กับเวทีนี้  ณ เวทีการแสดง แสง สี เสียง ปีนี้พลาดไม่ได้ กับการจัดการแสดงซึ่งเรียบเรียงใหม่ โดยทีมงานและนักแสดงคุณภาพ ซึ่งจะเน้นความเรียบง่ายและผสมผสานเข้ากับยุคสมัยไว้อย่างลงตัว ตื่นตาตื่นใจ และสุดประทับใจต้องไปชมกันค่ะ การแสดงมีทุกวันโดย  จันทร์  อังคาร  พุธ  พฤหัส      วันละ  1  รอบ  เวลา   19.30  –  20.30  และ ศุกร์  เสาร์  อาทิต  วันละ 2 รอบ   รอบแรก  เวลา  19.00 – 20.00 น  รอบสอง   20.30 – 21.30  ราคาบัตรเข้าชม  ชาวต่างชาติ 500บาท/คน(มีหูฟังแปลภาษาสำหรับชาวต่างชาติ)   บุคคลทั่วไป 200 บาท/คน นักเรียนนักศึกษา 50บาท/คน

การแสดงในปีนี้จัดการแสง สี ต่างๆ สวยงามมากค่ะ คุ้มค่า คุ้มราคาจริงๆค่ะ ที่ได้มาชม

สำคัญในปีนี้ทางจังหวัดพระนครศรีอยุธยา “ร่วมใจแต่งไทยทั้งเมือง” โดยเชิญชวนให้นักท่องเที่ยวแต่งชุดไทยเข้าร่วมงาน เพื่อสร้างเอกลักษณ์ความอลังการและยิ่งใหญ่กว่าทุกๆ ปี ภายในงานจะมีทั้งชุดให้เช่าและพร้อมจำหน่ายให้กับผู้ร่วมงาน สักครั้งกับความเป็นไทยได้แต่ชุดไทย ร่วมถ่ายรูปเก็บความประทับใจในงานยอยศยิ่งฟ้า อยุธยามรดกโลก

 

ซึ่งก็มีผู้คนแต่งชุดไทยมาเที่ยวกันพอสมควรค่ะ แต่งกันมาสวยงามมากๆ เหมาะกับงานเลยค่ะ  เพราะภายในงานมีจุดให้ได้ถ่ายภาพกันแบบจุใจเลยที่เดี่ยว โดยเฉพาะโซนถัดจากเวทีการแสดง แสง สี เสียง จะเป็นซุ้มถ่ายภาพโดยเฉพาะ ซึ่งมีทั้งบรรยากาศของการประดับไฟอย่างสวยงามในรูปแบบของอุโมงค์ไฟเลยค่ะ  แถมด้วยซุ้มถ่ายภาพอีกหลายซุ้มในโซนนี้ค่ะ  เราเก็บบรรยากาศสวยๆ มาฝากกันคะ

–  จุดและซุ้มถ่ายรูป ประดับไฟหลากสีสันต์ รวมด้วยอุโมงค์ไฟประดับไฟหลากหลายให้ได้ถ่ายรูปกันอย่างสนุกสนาน รวมทั้งจุดถ่ายรูปในแบบพื้นบ้านของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมรอให้แขกคนสำคัญได้มาร่วมเก็บความประทับใจ แชะแล้วแชร์ พร้อมแต่งไทยร่วมสืบสานวัฒนธรรมอันล้ำค่า เก็บไว้ในความทรงจำ เก็บไว้ให้ระลึกถึง

 

– บูธ Go-Ayutthaya ถ่ายภาพในแบบฉบับของการ Go-Ayutthaya ของคุณ พร้อมเล่นเกมส์ร่วมรับรางวัลและของที่ระลึก ต่างๆ เตรียมไว้คอยต้อนรับแล้วนำกลับไปเป็นของฝาก สร้างความประทับใจบอกให้รู้ว่า “อยุธยาก็มีแบบนี้ด้วยนะ”

 

– พลาดไม่ได้กับตลาดย้อนยุด ที่จะนำทุกท่านกลับไปในสมัยกรุงศรีอยุธยาเจริญรุ่งเรื่อง ท่านจะได้พบกับการจำลองตลาดในสมัยโบราณของอยุธยา โดยเฉพาะการนำอาหารพื้นเมืองแท้ๆ มาสาธิตพร้อมกับให้ท่านได้ชิม ลิ้มรสชาติกันแบบจุใจและอิ่มท้องกันเลยทีเดียว โดยตลาดย้อยยุค เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา  17.00-22.00 น.

– ซุ้มไก่ชน เชื่อว่าซุ้มนี้คงถูกใจคนเลี้ยงไก่ชน รวมทั้งผู้ที่สนใจอยากเลี้ยงไก่ชน ก็สามารถเข้าชมได้ในซุ้มนี้ ซึ่งจัดกิจกรรมเพื่อการอนุรักษ์และพัฒนาสายพันธ์ต่างๆ ของไก่ชน น่าสนใจอย่างยิ่ง ซุ้มไก่ชนสามารถเข้าชมได้ตั่งแต่ช่วงประมาณตั้งแต่ 10.00 น. เป็นต้นไปเลยค่ะ

 

– ซุ้มสินค้าการเกษตร สามารถหาเลือกชมเลือกซื้อสินค้าทางการเกษตรของเกษตรกรชาวจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ร่วมทั้งชมวิถีไทย วิถีถิ่น ทางการเกษตรด้านต่างๆของอยุธยาได้ จุดนี้มีการประดับไฟ บนต้นไม้ไว้สวยงามและถ่ายรูปออกมาได้สวยแปลกตาดีค่ะ

 

– ซุ้มประดับไฟเกาะกลางน้ำ ซึ่งประดับไฟไว้ได้สวยงามมากๆค่ะ โดยเฉพาะรูปที่สะท้อนมาจากกลางน้ำ สวยมากค่ะ

–  เดินถัดขึ้นไปบริเวณหน้าอนุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าอู่ทอง จะเป็นจุดของการจัดฉายภาพยนตร์ซีรีส์เทิดพระเกียรติ True เรื่อง ศรีอโยธยา ในจุดนี้ถ้าท่านใดมีเวลาก็นั่งชมได้ตลอดเลยค่ะ

–  ฝั่งตรงข้ามกันก็จะเป็นลานวัฒนธรรม จุดนี้จะเป็นการจัดกิจกรรมสาธิตภูมิปัญญาด้านวัฒนธรรมของชาวจังหวัดพระนครศรีอยุธยา บอกเล่าเรื่องราวต่างๆจากภูมิปัญญาของคนไทยตั้งแต่สมัยโบราณจนถึงปัจจุบัน ผ่านการแสดงต่างๆ ซึ่งหาชมได้อยากในปัจจุบันนี้

–  Street Food เอกชน รวบรวมเจ้าเด่น เจ้าดัง หลากหลายรูปแบบของร้านค้า ร้านอาหาร สุดยอดในจังหวัดร่วมใจกันมาออกร้าน เพื่อให้ได้ลองลิ้มชิมกันแบบไม่ต้องเดินทางไกล มางานเดียวกินได้ครบไม่พลาดร้านไหน มาคืนเดียวคงไม่ได้แล้วซินะงานนี้

–  ถนนกินเส้น/กินกุ้ง คัดสรรค์มาเลยกับร้านก๋วยเตี๋ยวเจ้าเด่นเจ้าดังของแต่ละอำเภอของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา มางานนี้จัดได้ว่าได้ไปกินก๋วยเตี๋ยวมาแล้วทั่วทั้งจังหวัดพระนครศรีอยุธยาเลยก็ว่าได้  ต้องลองซะแล้วว่าอำเภอไหนอร่อยที่สุดในพระนครศรีอยุธยา

–  ลานสัมพันธ์จัดแสดงร้านอาหารนานาชาติเมืองคู่แฝด จัดแสดงและจำหน่ายสินค้านานาชาติ ทั้งอาหารและสินค้า เชื่อมโยงความสัมพันธ์กับนานาชาติ เป็นอีกจุดที่พลาดไม่ได้ค่ะ จะอยู่ตรงคุ้มขุนแผนเลยค่ะ

– แล้วก็มาถึงจุดวงเวียนด้านหน้าศาลหลักเมืองซึ่งประดับไฟอย่างสวยงามมากๆค่ะ  และจุดนี้ก็มีซุ้มชุดไทยให้เช่า เพื่อเข้าไปถ่ายรูปภายในงาน ในราคาแสนถูกเพียงชุดละ 100 บาท เท่านั่นค่ะ สวยงามตามแต่จะเลือกเลยค่ะ

 

–  จากวงเวียนตรงไปก็จะเป็นถนนคนเดินสินค้า OTOP เรายกขบวน OTOP ต่างๆ ของดี สินค้าเด่น ของจังหวัดพระนครศรีอยุธยามารวมกันไว้ที่เดียวภายในงานนี้ ให้คุณๆได้เลือกซื้อของฝาก ของขวัญปีใหม่ให้กับญาติ หรือผู้ใหญ่ที่เคารพ สินค้าดี สินค้าเด่น เราคัดสรรน์มาเพื่อให้ได้เลือกชมกันตลอด 10 วัน

– จากวงเวียนเลี้ยวซ้ายไปจะเป็นส่วนของเวทีกาชาดจังหวัดพระนครศรีอยุธยาค่ะ ผู้คนให้ความสนใจกันอย่างคึกคักมากๆค่ะ รางวัลก็ถูกใจผู้รับจริงๆค่ะ ต้องลองไปร่วมลุ้นกันดูนะค่ะ เพราะคุณอาจจะเป็นผู้โชคดีคนนั่นค่ะ

– ใกล้ๆ กันจะเป็น  เวทีกลาง กับการแสดง 10 คืน แบบไม่ซ้ำกันเลย

กิจกรรม ณ เวทีกลาง กำหนดการต่างๆ ของแต่ล่ะวันจะเริ่มเวลา  19.00 น.  ของทุกวัน  สามารถเข้าชมได้ฟรีตลอดงาน พร้อมพบกับดารานักแสดงและนักร้องดังได้ทุกค่ำคืน  ห้ามพลาดเด็ดขาด เพราะเด็ดทุกค่ำคืน

15 ธันวาคม 2560 ประกวด Miss Ayutthaya

16 ธันวาคม 2560 ประกวด Ayutthaya Talen

17 ธันวาคม 2560 ประกวด Ayutthaya Music challenge 2017 (รอบแรก)

18 ธันวาคม 2560 การประกวดร้องเพลงกำนันผู้ใหญ่บ้านและอปท.(รอบแรก)

19 ธันวาคม 2560 ประกวด The Best to Be Number One

20 ธันวาคม 2560 ประกวดเยาวชนคนเก่ง

21 ธันวาคม 2560 ประกวด Ayutthaya Music challenge 2017(รอบชิงชนะเลิศ)

22 ธันวาคม 2560 การประกวดหนูน้อยกรุงเก่า

23 ธันวาคม 2560 การประกวดร้องเพลงกำนันผู้ใหญ่บ้านและอปท.(รอบชิงชนะเลิศ)

24 ธันวาคม 2560 ออกรางวัลสลากหมุนวงล้อกาชาด

ถัดไปก็จะเป็นบริเวรโดยรอบของงานเดินต่อไปก็จะเป็นส่วนของ

–  Motor Show ท่านจะได้พบกับการรถรุ่นใหม่ ที่ค่ายรถพร้อมใจกันนำมาโชว์ สำหรับทุกท่านในงานนี้ พร้อมด้วยโปรโมชั่นสุดพิเศษที่จะต้องร้องว๊าวกันเลยที่เดียวค่ะ

–  คาราวานสินค้า จะได้พบกับการออกร้านของสินค้ามากมายที่ร่วมใจกันนำสินค้าต่างๆ มาร่วมกันออกร้านให้ทุกท่านได้เลือกซื้อสินค้าในราคาผู้ผลิตพบผู้บริโภคได้โดยตรง พลาดไม่ได้กับสินค้าคุณภาพในราคามิตรภาพ เลือกซื้อได้ในงานนี้ค่ะ

เดินต่อไปเรื่อยๆ ก็จะวนซ้ายกลับมาตรงประตู้ทางเข้าค่ะ หรือถ้าท่านใดเดินไม่ไหวก็สามารถเลือกนั่งรถรางชมงานได้ค่ะ ซึ่งมีบริเวณฟรีให้กับผู้มาร่วมงานค่ะ

 

งานนี้ชาวอยุธยาทุกคนพร้อมใจกันจัดงานด้วยความภูมิใจและพร้อมใจกันเป็นเจ้าบ้านที่ดี รอต้อนรับแขกผู้มาเยือนด้วยมิตรไมตรีและรอยยิ้ม พร้อมสร้างความประทับใจให้กับทุกท่าน โดยจัดประดับไฟอย่างสวยงามตระกาลตา โดยรอบบริเวณอุทยานประวัติศาสตร์ และบริเวณต่างๆ เช่น ตั้งแต่สะพานปรีดีฯ-ศาลากลางหลังเก่า, อนุสาวรีย์พระเจ้าอู่ทอง, วัดพระศรีสรรเพชญ์, คุ้มขุนแผน, ศาลหลักเมือง, พระปรางวัดพระราม,พระที่นั่งเย็น,อยุธยามหาปราสาท,บริเวณโดยรอบต่างๆ

สิ่งอำนวยความสะดวกภายในงาน ที่จัดเตรียมไว้ต้อนรับทุกท่าน สถานที่จอดรถ – มีรถรางไว้บริการ, ห้องน้ำ, เอกสารแผนผังงาน,กำหนดการต่างๆของแต่ละโซน สามารถขอรับรายละเอียดได้ตรงซุ้มประตูทางเข้างาน หรือโหลดได้ที่ www.go-ayutthaya/รายละเอียดงานยอยศ2560 หรือติดตามความเคลื่อนไหวต่างๆของงานได้ที่ https://web.facebook.com/goayutthaya

 

(สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ : ปกครองจังหวัด โทรศัพท์  035 336 564)

www.go-ayutthaya.com

#goayutthaya #เที่ยวอยุธยา #ยอยศยิ่งฟ้าอยุธยามรดกโลก

 

เล่าเรื่องเมืองเชียงราย

สวัสดีครับสำหรับวันนี้พี่หนุ่ม-สุทนได้มีโอกาสเดินทางไป จ.เชียงราย

เพื่อเก็บข้อมูลของสถานที่ท่องเที่ยวมาเล่าเรื่องให้ฟังเช่นเดิม ถ้านักท่องเที่ยวมีโอกาสได้เดินทางไปเที่ยวเชียงรายหรือจะจัดเป็นกลุ่มเดินทางท่องเที่ยวรถบัสและรถตู้สามารถเดินทางไปเที่ยวเชียงรายตามโปรแกรมที่พี่หนุ่ม-สุทนจะเล่าให้ฟัง

เดินทางออกจากกรุงเทพวันศุกร์ประมาณสองทุ่มแวะปั๊มน้ำมันเข้าห้องน้ำ ล้างหน้าแปลงฟันแล้วเดินทางไปเชียงราย ถึงเชียงรายเช้าวันเสาร์ประมาณหกโมงครึ่งเช้า เข้าที่พักและอาหารเช้า แปดโมงเช้าออกเดินทางไปชมพิพิธภัณฑ์บ้านดำของอาจารย์ถวัลย์ ดัชนี  เป็นเรื่องราวของศิลปะที่อาจารย์ถวัลย์ ดัชนี ได้สร้างงานศิลปะไว้นานถึง 50 ปีในเนื้อที่ 100ไร่ชาวบ้านเรียกว่าบ้านดำ เพราะบ้านทุกหลังเป็นสีดำ แต่จัดแสดงนิทรรศการศิลปะทุกชิ้นงานทั้งภายนอกและภายในบ้านดำ

เสร็จแล้วเดินทางต่อในเส้นทางเชียงราย-พะเยาไปวัดร่องขุ่นเป็นเรื่องราวของศิลปะการสร้างพระอุโบสถซึ่งอาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ได้สร้างให้เป็นศิลปะทั้งหมดภายในพื้นที่บริเวณวัดร่องขุ่นตั้งแต่ปี2540

โดยเฉพาะอย่างยิ่งความสวยงามและเป็นสีขาวดูสะอาดตามากๆ นอกจากนี้ยังมีสติเตือนตัวเองในเรื่องนรกและสวรรค์ ก่อนจะเดินข้ามสะพานไปพระอุโบสถจะต้องผ่านนรกมีมือยกขึ้นมาขอส่วนบุญก่อน แล้วขึ้นถึงตัวพระอุโบสถถือว่าเป็นสวรรค์ เกิดความสงบใจเพลิดเพลินกับศิลปะของพระอุโบสถ ชมได้ถ่ายรูปได้จนพอใจ

แล้วเดินลงไปมีใบโพธิ์มากๆที่นักท่องเที่ยวเขียนแขวนติดไว้ มีบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์น้ำใสมาก สุดท้ายห้องน้ำก็สร้างเป็นศิลปะมองไม่รู้ว่าเป็นห้องน้ำ

เดินทางต่อเส้นทางสายในผ่านบ้านร่องขุ่นประมาณ 4 ก.ม. ถึงไร่บุญรอดหรือสิงห์ปาร์คเป็นไร่ชาและสวนเกษตรล้อมรอบด้วยขุนเขาในเนื้อที่ 8,00ไร่สามารถมองวิวทิวทัศน์ได้ 360องศามีรถพ่วงเดินทางชมบริเวณสวนเกษตร ด้านหน้ามีรูปปั้นสิงห์สีทองเป็นสัญลักษญ์ของสวนนี้

นักท่องเทียวจะมาถ่ายรูปกันมากและมีพันธุ์ไม้ดอกไม้นาๆชนิดมีร้านกาแฟสดและของที่ระลึกไว้จำหน่ายด้วย

เดินทางต่อมาตามเส้นทาง อ.พญามังรายถึง อ.เชียงของพัก 1คืนเที่ยวชมถนนคนเดินและวัดพระแก้วเป็นวัดคู่เมืองเชียงของมานานแสนนานเข้าไปในวิหารบูชาพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คือพระแก้วสามฤดูสร้างด้วยหินหยกเขียวในแม่น้ำโขงเป็นพระพุทธรูปทรงเครื่องสามฤดูและปัจจุบันวัดพระแก้วเป็นโบราณสถานที่สำคัญของอ.เชียงของ

ชมวิวทิวทัศน์แม่น้ำโขง พูดถึง อ.เชียงของปัจจุบันเส้นทางที่จะเดินทางไป

อ.เชียงแสนมีสำนักสงฆ์สร้างขึ้นมาโดยพระอาจารย์ไพบูลย์  สุมังคโลท่านเป็นเจ้าอาวาสวัดอนาลโยพิทยารามเมืองพะเยาและท่านเป็นพระวิปัสนากัมฐานเดินทางธุดงค์ไปภาคอีสานและภาคเหนือแล้วเป็นเจ้าอาวาสวัดอนาลโยพิพยารามเมืองพะเยาต่อมาท่านได้นิมิตมีพญานาคบอกให้เดินทางมาสร้างวัดที่ อ.เชียงของแล้วหันไปทางแม่น้ำโขงปัจจุบันเป็นสำนักสงฆ์เทพนิมิตตามที่พระอาจารย์ไพบูลย์ สุมังคโลนิมิตและต้องการให้เป็นสถานที่ปฎิบัติธรรมของชาวเชียงของอ.เชียงของ จ.เชียงรายและ

พระอาจารย์ไพบูลย์ ได้ร่วมกับศิษย์ญานุศิษย์ทำพิธิหล่อพระพุทธรูปหลวงพ่อทันใจด้วยโลหะเงินทั้งองค์แล้วเสร็จภายในหนึ่งวันตามความเชื่อมาตั้งแต่โบราณ การจัดสร้างพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์หลวงพ่อทันใจต้องแล้วเสร็จทันใจและกราบขอพรได้ทันใจหรือสมหวังในหนึ่งวันเช่นกัน

มีเรื่องเล่าขานตามความเชื่อของการสร้างพระพุทธรูปหลวงพ่อทันใจนั้นสิ่งศักดิ์สิทธ์จะเสด็จลงมาจากสวรรค์ช่วงเช้าและเย็นก็จะกลับสวรรค์แบบนี้ทุกวัน ชาวบ้านจึงจะขอพรให้ได้สมใจในหนึ่งวันดังนั้นจึงเรียกว่าหลวงพ่อทันใจ

แล้วรุ่งเช้าเดินทางกลับกรุงเทพแวะพิพิธภัณฑ์ลื้อลายคำเค้าจัดแสดงผ้าของชาวไทลื้อมีอายุนับ100ปีและภายในบริเวณพิพิธภัณฑ์มีร้านกาแฟสดติดชายทุ่งเป็นบรรยากาศแบบล้านนาโดยแท้ น่าแวะเข้าชมเรื่องราวผ้าไทลื้อและดื่มกาแฟสดบรรยากาศแบบสบายๆเมื่อได้เดินทางไปเที่ยวเมืองเหนือแล้วควรหาสิ่งที่เป็นล้านนานั่งพักผ่อน พี่หนุ่ม-สุทนชอบมากขอบอก

เดินทางต่อไป อ.เทิง จ.เชียงราย  ควรจะใช้เส้นทางอ.เชียงคำ จ.พะเยาประมาณ28 ก.ม. แวะวัดพระเจ้านั่งดินถือว่าเป็นเรื่องราวที่แปลกพระพุทธนั่งอยู่พื้นดิน น่าเดินทางไปเยี่ยมชมและศึกษาเรื่องราวของพระเจ้านั่งดิน

แล้วเดินทางผ่านตัวเมืองพะเยา-ร้องกว้าง-พิษณุโลก-นครสวรรค์-กรุงเทพหรือจะพักพิษณุโลก 1 คืนก็ได้นะ  นี่คือส่วนหนึ่งของเส้นทางการเดินทางไปเที่ยวเชียงรายเป็นวงรอบของพี่หนุ่ม-สุทน รุ่งธัญรัตน์

เล่าเรื่องให้ฟังและสามารถเดินทางไปได้ตามเส้นทางที่เล่าให้ฟัง นะจะบอกให้

 

โปรโมชั่นพิเศษสำหรับนักท่องเที่ยว ส่วนลดที่พัก โปรโมชั่นที่พักสุดพิเศษ
Loading...