Homeสถานที่น้ำตก › แก่งหินเพิง

แก่งหินเพิง


แก่งหินเพิง ชื่อนี้ได้ยินมานานแล้ว ผู้พิสมัยการท่องเที่ยวแบบแอดแวนเจอร์บนสายน้ำเชี่ยวกราก ไม่ควรพลาดมาล่องแก่งที่ แก่งหินเพิง ที่ปราจีนบุรี

        หน้าฝนนี้ เมืองปราจีนบุรี เป็นจุดหมายที่ทีมงานอยากขอแนะนำ  เพราะเป็นจังหวัดที่อยู่ใกล้กรุงเทพฯ ทริปนี้เราเลยตั้งใจไปกันนานหน่อย แบบ 3 วัน 2 คืน โดยใช้เส้นทางนครนายก-ปราจีนบุรี วันแรก เราเริ่มกันที่จังหวัดนครนายก ออกเดินทางกันสาย ๆ ใช้เส้นทางมอเตอร์เวย์ ออกสู่ถนนรังสิต-นครนายก เห็นมะยงชิด (ผลไม้ขึ้นชื่อของนครนายก) ผลยักษ์เมื่อไหร่ ก็เป็นอันรู้ว่าเข้าเขตจังหวัดนครนายกเมื่อนั้น

       เราใช้ทางหลวงหมายเลข 305 ไปทางจังหวัดนครนายก  ตลอดทางมีป้ายเชิญชวนให้ไปสักการะพระพิฆเนศ ที่อุทยานพระพิฆเนศ  เราเลยขอไปตามป้ายกันสักหน่อย โดยใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 3049  เข้าไปนิดเดียวก็ถึงที่ประดิษฐานเทวรูปพระพิฆเณศวรขนาดยักษ์ ซึ่งมีความสูงถึง 9 เมตร นอกจากนี้ยังมีพิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงพระพิฆเนศ 108 ปาง เราสักการะเป็นที่เรียบร้อย ก็มุ่งหน้าไปกันต่อที่ตัวเขื่อนขุนด่านปราการชล ซึ่งเป็นโครงการอันเนื่องมาจากแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เป็นเขื่อนคอนกรีตบดอัดที่มีความยาวที่สุดในโลก มีความยาวเขื่อนรวม 2,720 เมตร เดิมชื่อ  เขื่อนคลองท่าด่าน  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงพระราชทานชื่อใหม่เป็น “เขื่อนขุนด่านปราการชล”  นอกจากนี้ มีชาวบ้านให้บริการเช่าเรือหางยาว เพื่อชมน้ำตกเหวนรกที่อยู่ลึกเข้าไปในอ่างเก็บน้ำของเขื่อนได้อีกด้วย

      วันที่สอง เราเน้นท่องเที่ยวน้ำตกในอำเภอประจันตคาม จังหวัดปราจีนบุรี  ซึ่งอยู่เส้นทางเดียวกันทั้ง 4 น้ำตก เราใช้ทางหลวงหมายเลข 33 มุ่งหน้าไปน้ำตกธารทิพย์ เป็นธารน้ำที่ไหลผ่านชั้นหินต่างระดับ คล้ายไหลผ่านช่องเขา สามารถลงเล่นน้ำได้  มีลานหินสำหรับนั่งพักผ่อน สภาพโดยทั่วไปยังเป็นป่าที่คงความอุดมสมบูรณ์ตามธรรมชาติ จากนั้น เราไปต่อโดยใช้เส้นทางเดิมขับวกออกมาเพื่อไปต่อที่ น้ำตกตะคร้อ อันเป็นที่ตั้งหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ 10 (ขญ.10) เก็บค่าธรรมเนียมเข้าอุทยาน คนละ 40 บาท  เป็นน้ำตกที่มีลักษณะเป็นแก่งน้ำกว้าง ๆ เหมาะแก่การพักผ่อน จากน้ำตกตะคร้อมีทางเดินเท้าต่อไปอีกประมาณ 2 กิโลเมตร จะถึงน้ำตกสลัดได เป็นน้ำตกที่มีความสวยงาม หากนักท่องเที่ยวต้องการเดินทางเข้าไปชมน้ำตกสลัดได ควรติดต่อขอเจ้าหน้าที่นำทางจากหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ 10 ที่บริเวณน้ำตกตะคร้อด้วย  ดังนั้น  น้ำตกส้มป่อย จึงเป็นน้ำตกสุดท้ายของวันนี้ที่เราจะไปแวะ ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากน้ำตกตะคร้อเท่าไหร่นัก โดยก่อนถึงน้ำตกตะคร้อจะมีแยกซ้ายมือ เข้าไปจนถึงตัวน้ำตกส้มป่อยอีกประมาณ 2 กิโลเมตร เป็นน้ำตกที่ไม่สูงมากนัก ไหลลดหลั่นผ่านแก่งหิน มีแอ่งน้ำที่ลงเล่นน้ำได้ตลอดลำธาร  ที่นี่ต้องเสียค่าจอดรถ 50 บาท

         จากที่นี่ เรามุ่งหน้าไปอำเภอนาดี เข้าสู่ที่พัก “แก่งหินเพิงริเวอร์ไซด์”  ซึ่งเป็นแพ็กเกจล่องแก่ง+ที่พัก+อาหาร 2 มื้อ ผู้ที่ชื่นชอบอาหารรสจัด รับรองว่าคงจะถูกใจกันอย่างแน่นอน บรรยากาศที่พักสบาย ๆ สนามหญ้าเขียว ๆ ติดริมน้ำใสใหญ่  คืนนี้เราพักผ่อนกับบรรยากาศที่แนบอิงกับธรรมชาติสุด ๆ ถึงจะไม่มีแอร์ แต่บรรยากาศหน้าฝนเช่นนี้ ก็ทำให้เราได้สัมผัสกับธรรมชาติที่เย็นฉ่ำตลอดคืน

           แก่งหินเพิง นับว่าเป็นที่สุดแห่งสายน้ำ ที่เป็นที่นิยมอันดับต้น ๆ ในการล่องแก่งของเมืองไทย สภาพแก่งน้ำในวันนั้นอยู่ในระดับ 3-4  ทางรีสอร์ตจึงจัดเตรียมอุปกรณ์เสื้อชูชีพ หมวกนิรภัย ให้ทุกคน มีไม้พาย 4 พาย ต่อแพยาง 1 ลำ โดยมีเจ้าหน้าที่อธิบายวิธีการนั่งบนแพยาง วิธีการพาย การเอาตัวรอดกรณีตกน้ำ และอีกหลายต่อหลายอย่าง เพื่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว เมื่อทุกคนพร้อมแล้ว ต้องนั่งรถสองแถวต่อไปยังบริเวณเขตหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ 9 (ใสใหญ่) และเดินป่าไปยังต้นน้ำ ระยะทางประมาณ 2.5 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินประมาณ 45 นาที ทางเดินเป็นทางราบ เดินสบาย ตลอดทางเดินจะมีป้ายบอกชื่อแก่งต่าง ๆ  สลับกับเสียงกรี๊ดกร๊าดของนักท่องเที่ยวที่กำลังล่องแก่งอยู่ เป็นแรงกระตุ้นให้พวกเราเร่งฝีเท้าเพื่อให้ถึงจุดหมายเร็วขึ้น

          สุดท้ายก็เจอป้าย “ แก่งหินเพิง ” หมายความว่าถึงจุดที่จะลงแพยางกันแล้ว  เราไม่รอช้าที่จะเก็บภาพเป็นที่ระลึกกันก่อนที่เจ้าหน้าที่จะจัดนักท่องเที่ยวให้ลงแพยางลำละ 6-8 คน  จากจุดเริ่มต้นมีแก่งต่าง ๆ อยู่ 6 แก่ง คือ จากแก่งหินเพิง ซึ่งเป็นแก่งที่เร้าใจที่สุด  ลงมาจะผ่านแก่งผักหนามล้อม  แก่งวังบอน ต่อด้วยแก่งลูกเสือ ซึ่งมีความสนุกสนานเร้าใจไม่แพ้กัน และผ่านไปจนถึงแก่งวังไทร และแก่งงูเห่า ซึ่งเป็นแก่งสุดท้ายของการล่องแก่งครั้งนี้  เราขึ้นจากแพยางกันที่จุดสุดท้ายบริเวณแก่งวังไทร ขญ.9 หากเป็นลูกค้าของ “แก่งหินเพิงริเวอร์ไซด์”  สามารถนั่งแพยางไปต่อเพื่อขึ้นที่ท่าของรีสอร์ตได้เลย  ผู้พิสมัยการท่องเที่ยวแบบแอดแวนเจอร์บนสายน้ำเชี่ยวกราก ไม่ควรพลาด ล่องแก่งหินเพิง ที่ปราจีนบุรี  พวกเราจากลาลุงสินธ์ เจ้าของรีสอร์ต แล้วมุ่งหน้ากลับกรุงเทพฯ  หากใครยังไม่หนำใจในการซื้อของฝากญาติมิตร ก็แวะซื้อผักผลไม้ราคาเป็นกันเอง ที่ตลาดหนองชะอม ก็ยังได้

          ช่วงนี้เปิดฤดูกาลท่องเที่ยวล่องแก่งหินเพิงกันแล้ว หน้าฝนเช่นนี้ไม่ควรพลาดโปรแกรมท่องเที่ยวเมืองปราจีนบุรี แล้วจะรู้ว่า “สนุกสุโค่ย” เป็นอย่างไร

การเดินทางมา แก่งหินเพลิง

ใช้ทางหลวงหมายเลข 305 (ถนนรังสิต-นครนายก ) ไปทางจังหวัดนครนายก ให้สังเกตป้ายบอกทาง เลี้ยวขวาไป ปราจีนบุรี เลี้ยวขวาทางไป ปราจีนบุรี เข้าทางหลวงหมายเลข 33 ขับไปเรื่อยๆ จะมีป้ายบอกทางไป แก่งหินเพลิง อยู่เป็นระยะๆ

ท่องเที่ยวแบบแอดแวนเจอร์ ล่องแก่งที่ แก่งหินเพิง จ.ปราจีนบุรี

ท่องเที่ยวแบบแอดแวนเจอร์ ล่องแก่งที่ แก่งหินเพิง จ.ปราจีนบุรี

ท่องเที่ยวแบบแอดแวนเจอร์ ล่องแก่งที่ แก่งหินเพิง จ.ปราจีนบุรี

ท่องเที่ยวแบบแอดแวนเจอร์ ล่องแก่งที่ แก่งหินเพิง จ.ปราจีนบุรี

ท่องเที่ยวแบบแอดแวนเจอร์ ล่องแก่งที่ แก่งหินเพิง จ.ปราจีนบุรี

ท่องเที่ยวแบบแอดแวนเจอร์ ล่องแก่งที่ แก่งหินเพิง จ.ปราจีนบุรี

บทความที่เกี่ยวข้อง

Comments are closed.

โปรโมชั่นพิเศษสำหรับนักท่องเที่ยว ส่วนลดที่พัก โปรโมชั่นที่พักสุดพิเศษ
Loading...