Homeเก็บเรื่องมาเล่า พี่หนุ่ม สุทน › เก็บเรื่องมาเล่า เชียงใหม่

เก็บเรื่องมาเล่า เชียงใหม่


pee-nhum-talk

                ‘เชียงใหม่’ เมืองท่องเที่ยวอันดับต้นๆ ของประเทศ ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกให้เดินทางมาสัมผัส รับรู้ เรื่องราวของอายธรรมล้านนาอันเป็นมนต์เสน่ห์ มากด้วยทิวเขาน้อยใหญ่นับร้อยที่ธรรมชาติรังสรรค์อย่างตื่นตาตื่นใจ สถาปัตยกรรมเมืองเหนือโอ่อ่าชวนหลงใหล…โน้มน้าวใจให้เดินทางมา ณ ดินแดนดนแห่งล้านนา

                ณ คร เชียงใหม่มีเรื่องเล่ามากมาย และน่าติดตาม BIG MAP ฉบับนี้ ขออาสาพาทุกท่านขึ้นเหนือไปท่องเที่ยวเชียงใหม่กับ ‘พี่หนุ่ม-สุทน’ บุคคลที่ได้ชื่อว่าเป็นนักเดินทางตัวยง ผู้มากด้วยประสบการณ์ขึ้นเหนือลงใต้กว่า 40 ปี จะเป็นคนเล่าเรื่องราวของเมืองนี้ให้ทุกท่านได้อ่านในทุกแง่มุม

                …ส่วนเรื่องราวจะน่าสนใจอย่างไรนั้น เชิญทุกท่านตามพี่หนุ่มไปกันเลยคะ

พี่หนุ่มเล่าประวัติศาสตร์ของเชียงใหม่ในยุคแรกๆ ให้เราฟังหน่อยคะ

                : ถ้าพูดถึงเมืองเชียงใหม่ ย้อนกลับไปในสมัยพ่อขุนเม็งรายมหาราชในสมัยนั้นพระองค์ท่านครองเมืองเชียงราย แล้วก็มาเวียงกุมกาม หลังจากนั้นมาสร้างเมืองขึ้นใหม่ โดยพระองค์ได้อันเชิญพระมหากษัตริย์สองพระองค์ คือ พ่อขุนงำเมืองแห่งเมืองพะเยา และพ่อขุนรามคำแหงมหาราชแห่งเมืองสุโขทัย ร่วมกันสถาปนาเมืองแห่งนี้ โดยสามพระองค์ร่วมกันสถาปนาเมืองแห่งนี้ให้ชื่อว่า “นพบุรี ศรีนครพิงค์ เชียงใหม่” เมื่อประมาณ พ.ศ.1839 หรือประมาณ 600 กว่าปีก่อนแต่ชาวเมืองเรียกกันสั้นๆ ว่าเชียงใหม่

                ซึ่งในตอนนี้ถ้าต้องการไปศึกษาหาความรู้เรื่องราวเหล่านี้เพิ่มเติม ต้องไปที่พิพิธภัณฑ์ของนพบุรี ศรีนครพิงค์ เชียงใหม่ ที่พระบรมราชานุสาวรีย์สามกษัตริย์ ที่นั้นเป็นพิพิธภัณฑ์ที่รวบรวมเรื่องราวต่างๆ ของเชียงใหม่ไว้อย่างสมบูรณ์

ถ้าพูดถึงเชียงใหม่ในอดีต พี่หนุ่มนึกถึงอะไรเป็นสิ่งแรก (ห้ามบอกว่าสาวเชียงใหม่น่ะค่ะ เพราะใครก็รู้ว่าสาวงามเมืองเชียงใหม่ไม่เป็นสองรองใครแน่ๆ)

                : ครับถ้าไม่พูดถึงสาวงามก็ต้องพูดถึงนี่เลยครับการเป็นศูนย์กลางการค้าของเมืองเชียงใหม่ ในสมัยก่อนเชียงใหม่มีความโดดเด่นในเรื่องประเพณี วัฒนธรรม ดอกไม้สวยๆ งามๆ ต้องไปดูที่เชียงใหม่ ตอนนั้นคนไปเชียงใหม่ใฝ่ฝันมาก ไปดูดอกไม้ เช่น กุหลาบ กล้วยไม้ ฯลฯ ดังนั้นถ้าย้อนกลับไปในสมัยนั้นงานที่ยิ่งใหญ่ของเชียงใหม่ คืองานไม้ดอกไม้ประดับ โอ้โฮ..ทั้งเมืองเต็มไปด้วยผู้คน มีรถประดับด้วยดอกไม้บุปผชาติเต็มไปหมด มีขบวนที่เรียกว่า กางจ้อง คือจะมีสาวๆ มาขี่จักรยานกางร่ม แต่ว่าในปัจจุบันงานนี้เริ่มหายไป จะด้วยเหตุอันใดก็ไม่ทราบ และต่อมากลายเป็นงานฤดูหนาวของเชียงใหม่

พี่หนุ่มค่ะถ้าไปเชียงใหม่ 3 สถานที่ที่เราไม่ควรพลาดไปไหนดีค่ะ

                : คนไปเชียงใหม่ต้องไม่พลาดเลย จุดที่ 1 วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร เพื่อไปนมัสการพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ ก็คือ พระพุทธสิหิงค์ ซึ่งในช่วงเทศกาลสงกรานต์ จะมีการอันเชิญพระพุทธสิหิงค์ออกมารอบเมืองให้คนได้สรงน้ำ แต่หลายคนพูดว่าถ้าไปเชียงใหม่แล้วไปไหว้พระสิงห์วรมหาวิหาร มักจะหลงทางตลอด เพราะว่าคนส่วนใหญ่มักเข้าไปในวิหารทันที คิดว่าพระพุทธสิหิงค์ประดิษฐานอยู่ในวิหาร แต่ไม่ใช่ พระพุทธสิหิงค์ประดิษฐานอยู่ทางด้านหลัง ซึ่งเรียกว่า “วิหารลายคำหรือหอคำ” เป็นหอที่สร้างด้วยไม้สวยงามมาก ถ้าเกิดใครไปเชียงใหม่ก็ลองแวะไปเยี่ยมชม

                จุดที่ 2 พระธาตุบนดอยสุเทพ ตอนสร้างพระธาตุถือว่าเมืองนพบุรี ศรีนครพิงค์ เชียงใหม่ เป็นเมืองที่เริ่มเจริญในเรื่องของวัฒนธรรม ก็คือศาสนาพุทธ ในสมัยพระเจ้ากือนา สมัยนั้นพระองค์ได้รับพระบรมสารีริกธาตุจากพระมหาเถรผู้ใหญ่ ซึ่งเดินทางมาจากสุโขทัย (จะเห็นว่าเมืองสุโขทัย เมืองพะเยา จะเชื่อมโยงกับนพบุรี ศรีนครพิงค์ เชียงใหม่) เมื่อได้รับแล้วพระเจ้ากือนาก็ทรงโปรดให้เฉลิมฉลองกันอย่างยิ่งใหญ่ทีเดียว โดยความมหัศจรรย์ของพระบรมสารีริกธาตุ จากที่ได้มาชุดเดียวกลายมาเป็นสองชุด พอเป็นสองชุด ชุดหนึ่งพระเจ้ากืนนาก็ตั้งจิตอธิฐาน แล้วอันเชิญพระบรมสารีริกธาตุขึ้นหลังช้างมงคล แล้วให้ช้างเดินออกจากตัวเมือง หมายความว่าถ้าช้างเดินออกไปหยุดตรงไหน ตรงนั้นจะสร้างมหาธาตุ ปรากฏว่าช้างก็เดินไปบนดอยอ้อยช้าง (ดอยอ้อยช้างก็คือดอยสุเทพ) พอช้างขึ้นไปบนดอยอ้อยช้าง ช้างก็เดินวนสามรอบ แล้วร้องสามครั้ง ช้างก็จบชีวิตลงตรงนั้น พระเจ้ากือนาทรงโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้สร้างพระมหาธาตุเจดีย์ขึ้นมา ในตอนนั้นอาจไม่ใหญ่เท่านี้ แต่มาบูรณะกันหลายครั้ง จนสมัยครูบาศรีวิชัยมีการสร้างถนนขึ้นไปและมีการบูรณะพระมาหาธาตุเจดีย์อย่างยิ่งใหญ่

                และจุดที่ 3 คือ สวนราชพฤกษ์ซึ่งอยู่ไม่ไกลกันมาก ลงจากดอยสุเทพก็มาสวนราชพฤกษ์ แต่แน่นอนว่าก่อนขึ้นดอยสุเทพ ต้องไปนมัสการครูบาศรีวิชัย เพราะว่าท่านเป็นผู้ที่ร่วมกับชาวบ้านให้สร้างถนนขึ้นไปบนดอยสุเทพ ทำให้ปัจจุบันเราสามารถเดินทางขึ้นบนดอยสุเทพได้อย่างสะดวกสบาย มีทั้งกระเช้าไว้บริการหรือใครอยากเดินขึ้นบันไดก็จะได้บุญอีกแบบหนึ่ง

ในอุทยานหลวงสวนราชพฤกษ์พี่หนุ่มว่ามีอะไรที่เราต้องไปดูเป็นพิเศษไหมค่ะ

            : สวนราชพฤกษ์ หรือ อุทยานหลวงราชพฤกษ์นี้ สร้างขึ้นในปี 2549 ตอนนั้นสร้างเพื่อร่วมเฉลิมฉลองพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงครองสิริราชสมบัติ 60 ปี สร้างถวายพระองค์ท่าน พอสร้างเสร็จพระองค์ท่านพระราชทานนามว่า ‘อุทยานหลวงราชพฤกษ์’ ถ้ามีโอกาสถือหนังสือเล่มนี้ไปเล่นไปเที่ยวอุทยานหลวงราชพฤกษ์ ก่อนเข้าสวนให้มองดูด้านบนจะมีลักษณะเป็นเนินเขานิดๆ ตรงนั้นคือต้นราชพฤกษ์ ในอุทยานหลวงราชพฤกษ์จะมี 3 ส่วน ซึ่งผนวกกันโดยไม่ได้นัดหมาย ส่วนที่ 1.คือต้นราชพฤกษ์ ต้นราชพฤกษ์หมายถึงต้นไม้ประจำชาติ แล้วคุณมองไปให้ไกลเลยจะเห็นวัดพระธาตุดอยคำ ซึ่งเป็นส่วนที่ 2 วัดหมายถึงศาสนา เห็นไหม ชาติ ศาสนา วัดพระธาตุดอยคำเป็นวัดเก่าแก่ที่สร้างมาก่อนนพบุรี ศรีนครพิงค์ เชียงใหม่ สร้างมาก่อนวัดดอยสุเทพ เนื่องจากว่าพระนางจามเทวีเป็นผู้มาสร้างโดยมากับราชบุตรก็คืออนันตยศ กับมหันตยศ ซึ่งพระนางจามเทวีมีพระราชบุตรสองพระองค์เป็นฝาแฝดกัน ก็มาสร้างวัดนี้เอาไว้ ปัจจุบันวัดแห่งนี้จะมีอนุสาวรีย์ของพระนางจามเทวีด้านบนและเป็นที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ ต้องไปให้ได้วัดนี้ รถขึ้นได้สบาย ที่จอดรถสะดวกสบาย และจุดที่ 3 คือหอคำหลวง หอคำหลวงเป็นที่ประดับสิ่งต่างๆ เกี่ยวกับพระมหากษัตริย์ ก็คือพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวนั้นเอง ‘ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์’ คือสอดคล้องกันโดยไม่ได้นัดหมาย

                พอขึ้นบนหอคำหลวง คุณเดินขึ้นบันไดไป ถ้าไม่รู้ว่าอุทยานหลวงราชพฤกษ์สร้างขึ้นในปีไหน คุณนับขั้นบันไดเลย มีทั้งหมด 49 ขั้น เพราะสร้างในปี พ.ศ.2549 ขึ้นไปก่อนจะถึงหอคำหลวง จะมียักษ์อยู่สองตน ตนหนึ่งหลับตา ตนหนึ่งลืมตา ยักษ์ตนที่ลืมตาหมายถึงกำลังปฏิบัติหน้าที่อยู่ คือดูแลผู้คน แต่ยักษ์อีกตนหนึ่งหลับตา หมายถึงว่ากำลังพักผ่อน คุณขึ้นแล้วจับตาดูให้ดีว่าตนไหนหลับตา ตนไหนลืมตา เพราะพอลงมาแล้วจะกลับขึ้นไปอีกไม่ได้นะ เอ้…เป็นเรื่องขำนะ ถ้าขึ้นไปลองสังเกตให้ดี พอคุณจะก้าวเข้าประตู ตรงหน้าประตูจะมีกระต่ายทอง กระต่ายทอง หมายถึงปีพระราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

                เข้าไปด้านในจะมีต้นโพธิ์ มีใบโพธิ์ จะบอกเรื่องราวต่างๆ เกี่ยวกับพระองค์ท่าน พระราชกรณียกิจของพระองค์ท่าน ด้านในคุณต้องไปเยี่ยมชม เห็นไหมครับหลายท่านอาจไม่เคยเดินเข้าไป เลยไม่ทราบ แต่ก่อนจะเดินทางไปถึงหอคำหลวงจะมีรถบริการ แวะในส่วนต่างๆ ให้ ไม่ว่าจะเป็นสวนกล้วยไม้ สวนพันธุ์ไม้นานาชาติ จนกระทั้งสุดบริเวณสวนและจะมีคนบรรยายเรื่องราวต่างๆ ที่มา ที่ไป บนรถบริการด้วย เห็นไหมครับว่านี่คือสามจุดของจังหวัดเชียงใหม่

พี่หนุ่ม พูดถึงสีสันของเมืองเชียงใหม่โดยเฉพาะในวันเสาร์-อาทิตย์ ให้เราฟังหน่อยคะ

                : แน่นอนว่าถ้าไปวันเสาร์ ถนนคนเดินคุณพลาดไม่ได้เลย ถนนวัวลาย เป็นถนนเส้นทางไม่ยาวมาก เส้นนี้น่าเดิน ผมบอกในฐานะที่เป็นนักเขียนชื่นชอบถนนวัวลายมาก เพราะว่าเดินสุดปุ๊บก็เดินกลับ ใช้เวลาไม่มากนัก ตลอดสองข้างทางก็จะมีเสียงสะล้อ ซ้อ ซึง บรรเลง แต่ถ้าเป็นวันอาทิตย์คุณจะใช้เวลานานสักหน่อยที่ประตูท่าแพ คำว่าประตูท่าแพนี้ ย้อนกลับไปในสมัยนพบุรี ศรีนครพิงค์ เชียงใหม่ สร้างเมืองใหม่ๆ สมัยนั้นบริเวณแม่น้ำปิง พบเรือเรือนแพ เขาจึงเรียกว่าประตูท่าแพ ปัจจุบันประตูแห่งนี้ยังมีอยู่แล้วก็เป็นที่จัดงานต่างๆ ด้วย

พี่หนุ่มชวนผู้อ่านของเราไปเที่ยวเมืองเชียงใหม่ด้วยกันหน่อยค่ะ

                : เมืองเชียงใหม่ยังรอต้อนรับท่านผู้อ่าน ถ้ามีโอกาสให้เดินทางไปเยือนเชียงใหม่สักครั้งหนึ่ง ซึ่งการเดินทางก็มีหลายช่องทาง คุณจะเดินทางด้วยรถไฟก็ได้ เดินทางตอนเย็นถึงเชียงใหม่ตอนเช้าพอดี แล้วนั่งรถสองแถวต่อ ค่าโดยสาร 20 บาท คุณบอกเลยว่าจะไปตรงไหนของเมืองเชียงใหม่ หรือคุณจะเดินทางด้วยรถทัวร์ ออกตอนเย็นถึงตอนเช้าพอดีเช่นกัน และสุดท้ายการเดินทางแบบสะดวกสุดด้วยเครื่องบิน

                เชียงใหม่เมืองท่องเที่ยวที่น่ามาเยี่ยมชม ไม่ว่าคุณจะไปสัมผัสเชียงใหม่ช่วงหน้าหนาว หรือช่วงเทศกาล ก็ล้วนเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับการเดินทางมาท่องเที่ยวเชียงใหม่ไม่แน่ว่าในทริปต่อไปของคุณอาจจะได้เจอกัน ณ เมืองเชียงใหม่ก็ได้ครับ

บทความที่เกี่ยวข้อง

เก็บเรื่องมาเล่า เขาใหญ่-ปากช่อง

Comments are closed.

โปรโมชั่นพิเศษสำหรับนักท่องเที่ยว ส่วนลดที่พัก โปรโมชั่นที่พักสุดพิเศษ
Loading...