Homeตะวันออกจันทบุรี › อุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฏ

อุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฏ


1 ปีกับ 1 คำอธิษฐาน  สุดเขตแดนบุญ @ เขาคิชฌกูฏ จันทบุรี

อุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฏ หรือที่ใคร ๆ เรียกกันจนติดปากว่า เขาคิชฌกูฏ มีพื้นที่ครอบคลุมอำเภอมะขาม และกิ่งอำเภอเขาคิชฌกูฏ จังหวัดจันทบุรี  ถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวในฝันของใครต่อใครหลายคนที่ครั้งหนึ่งในชีวิตต้องหาโอกาสมากราบนมัสการรอยพระพุทธบาทที่ตั้งอยู่บนยอดเขาคิชฌกูฏให้ ด้วยกิตติศัพท์ที่ร่ำลือกันมาอย่างหนาหูว่าหนทางที่จะขึ้นไปนั้นค่อนข้างที่จะคดเคี้ยวและสูงชันมาก ต้องใช้บริการรถโฟลวิวที่มีให้บริการแบบเร็วแรงส์ถึง 2 ต่อกว่า 102 โค้งซึ่งรถส่วนตัวไม่สามารถที่จะขึ้นไปได้ และในปีๆนึงทางอุทยานก็จะเปิดให้ประชาชนได้ขึ้นเขาไปนมัสการรอยพระพุทธบาทเพียง 3 เดือนเท่านั้น ซึ่งถ้าตรงกับเทศกาลหรือวันหยุดสุดสัปดาห์แล้วล่ะก็ต้องรอคิวรถที่จะขึ้นเขาเป็นชั่วโมงๆกันเลยทีเดียว จากนั้นต้องเดินเท้าต่อไปอีกประมาณกิโลกว่าๆถึงจะหนึ่งในผู้ที่พิชิต ยอดแห่งขุนเขาคิชฌกูฏได้สำเร็จ

ประวัติความเป็นมาของ เขาคิชฌกูฏ

เขาคิชฌกูฏ จันทบุรี

เขาคิชฌกูฏ จันทบุรี

        สำหรับรอยพระพุทธบาทพลวง หรือรอยพระพุทธบาทเขาคิชฌกูฏ ถูกค้นพบในราว พ.ศ. 2397 แต่ผู้ที่มาบุกเบิกเปิดตำนานรอยพระพุทธบาทแห่งนี้ให้คนรู้จัก และให้พุทธศาสนิกชนได้เดินทางขึ้นไปกราบไหว้ สักการะในความศักดิ์สิทธิ์ก็คือ“หลวงพ่อเขียน”(ผู้ล่วงลับ) โดยในปี พ.ศ. 2515 หลวงพ่อเขียนได้บุกเบิกทางขึ้น และนำรถยนต์ขึ้นเขาเป็นครั้งแรก ก่อนจะค่อยๆ พัฒนาเส้นทางขึ้นยอดเขาให้ดีและปลอดภัยยิ่งขึ้น มาจนถึงปัจจุบัน

        เขาคิชฌกูฏ ในตำนานศาสนาพุทธกล่าวไว้ว่า เขาคิชฌกูฎตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของกรุงราชคฤห์ ในสมัยพุทธกาลเป็นที่ตั้งกุฏิของพระพุทธเจ้า ยอดเขาที่มีแนวเขาล้อมโดยรอบ เพราะสภาพภูมิประเทศคล้ายคลึงและบนยอดเขามีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เกี่ยวกับพระพุทธองค์ คือ รอยพระพุทธบาท และหินลูกบาตร ที่ตั้งข้างรอยพระพุทธบาท อยู่ในลักษณะคล้ายลอยอยู่ริมลานพระพุทธบาทฝั่งตรงข้ามหินลูกบาตรมีรอยพระหัตถ์ไปรับหินก้อนนี้ และในหินก้อนนี้ ตรงข้ามกันรอยพระหัตถ์ มีรูปรอยเท้าใหญ่ (รอยเท้าพญามาร)

       มีเรื่องเล่าขานตามตำนานได้กล่าวว่ารอยพระพุทธบาทเขาคิชฌกูฎ (พลวง) นายติ่งและคณะได้ขึ้นบนเขาเพื่อไปหาไม้กฤษณามาขาย ได้ไปพักเหนื่อยบนลานหินกว้าง  เพื่อนของนายติ่งคนหนึ่ง ได้ถอนหญ้าเพื่อนอนพักก็พบแหวนใหญ่ขนาดสวมหัวแม่เท้าได้  เเละเมื่อช่วยกันตรวจดูก็พบหินแผ่นหนึ่ง  มีพื้นที่เป็นรอยรูปก้นหอย  ต่อมานายติ่งและเพื่อนได้นำบุตรชายไปอุปสมบทที่วัดพลับ  รุ่งขึ้นก็มีงานปิดรอยพระพุทธบาทจำลอง  นายติ่งซื้อทองไปปิดแล้วจึงพูดว่าแถวบ้านตนก็มีรอยแบบนี้เช่นเดียวกัน  พอดีมีพระได้ยินเข้าจึงไปเรียนให้เจ้าอาวาสวัดรับทราบ  จึงเรียกนายติ่งเข้าไปสอบถามและส่งคณะขึ้นไปพิสูจน์ดู  ก็เป็นความจริงและตรวจดูรอบๆบริเวณนั้น ก็พบสิ่งประหลาดมหัศจรรย์หลายอย่าง รอยพระพุทธบาทนั้นท่านทรงเหยียบจารึกไว้ที่ศิลาแผ่นใหญ่ บรรจุคนนั่งได้ร้อยกว่าคน บนยอดเขาสูงสุด กว้าง 1 เมตร ยาว 2 เมตร  ทางด้านทิศตะวันออกเฉียงใต้ของรอยพระพุทธบาทมีหินกลมก้อนหนึ่งใหญ่มาก เรียกว่าหินลูกพระบาท  ตั้งขึ้นมาอย่างน่าแปลกประหลาดมหัศจรรย์  มองดูคล้ายลอยอยู่เฉยๆ

เขาคิชฌกูฏ จันทบุรี

เขาคิชฌกูฏ จันทบุรี

            มีคนกล่าวว่าเขาเคยเอาด้ายสายสิญจน์คล้องแล้วหลุดออกมาได้และยังมีหินอีกลูกอยู่ตรงข้ามกับหินลูกพระบาทนี้ ก็มีรอยพระหัตถ์ไปรับหินก้อนนี้จากรอยพระพุทธบาทกับรอยพระหัตถ์นั้น ห่างกันประมาณ 5 เมตร และยิ่งแปลกไปกว่านั้น  ในก้อนหินนั้นตรงกันข้ามกับรอยพระหัตถ์  ยังมีรูปรอยเท้าใหญ่ ซึ่งเรียกกันว่ารอยเท้าพญามาร  เพียงแหงนหน้าขึ้นไปจะมองเห็นได้ทันที สูงประมาณ 15 เมตร  ต่อจากนั้นไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือห่างจากหินลูกนี้ไปเพียง 15 วา มีหินลูกข้างบนเป็นลานและมองเห็นรอยรถหรือรอยเกวียน  เมื่อยืนบนหินลูกนั้นมองลงไปทางทิศเหนือจะเห็นถ้ำเต่า   หันไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของรอยพระพุทธบาทจะเห็นถ้ำช้าง และถ้ามองจากรอยพระพุทธบาทขึ้นไปจะเห็นหินก้อนหนึ่งมีรูปลักษณะคล้ายช ้างจริง   เลยจากช้างไปสูงสุดนั้นเรียกกันว่าห้างฝรั่ง  เพราะฝรั่งได้ขึ้นไปตั้งห้างส่องกล้องเพื่อทำแผนที่  มองไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ยังมีถ้ำอีกถ้ำหนึ่งเรียกว่าถ้ำสำเภา เพราะมีหินก้อนหนึ่งข้างบนถ้ำมีลักษณะคล้ายๆเรือสำเภา  และยังมีอีกถ้ำหนึ่งใต้พระบาทนี้เรียกว่าถ้ำตาฤาษี

การเดินทางขึ้นสู่ เขาคิชฌกูฏ

เขาคิชฌกูฏ จันทบุรี

เขาคิชฌกูฏ จันทบุรี

             เราเริ่มต้นการเดินทางกันที่วัดพลวง จุดเริ่มต้นการเดินทางขึ้นสู่ยอดเขาพระบาท หรือที่เรียกกันว่า เขาคิชฌกูฏ  ในอดีตจะเป็นการเดินเท้าขึ้นสู่ยอดเขา แต่ในปัจจุบันมีรถบริการให้ประชาชนได้เดินทางขึ้นไปนมัสการรอยพระพุทธบาทแห่งนี้ได้สะดวกยิ่งขึ้นด้วยรถ 4WD ที่ทางผู้จัดงานได้จัดไว้ให้เท่านั้น ไม่อนุญาตให้นักท่องเที่ยวนำรถส่วนตัวขึ้นไปเองทั้งสิ้น เนื่องจากเส้นทางของการขึ้นเขาสูงชันและคดเคี้ยวเป็นอย่างมาก ต้องใช้ความชำนาญ จากผู้ที่ผ่านการฝึกฝนและผ่านการทดสอบในการขับขี่มาแล้วเป็นอย่างดี ไปตามถนนที่มีระยะทางกว่า 8 กิโลเมตร ราคาค่าโดยสารรถบริการตอนนี้ 50 บาท/คน/เที่ยว ขาขึ้นต้องมี 2 ต่อ ขาลงก็ 2 ต่อเหมือนกันรวมแล้วคนละ 200 บาทไป-กลับ ต่อคน   โดยเส้นทางรถยนต์จะไปสิ้นสุดลงอยู่ที่ ลานพระสีวลี เพื่อเตรียมเครื่องสักการบูชาอาทิ ดอกไม้ ธูปเทียน  ผ้าสี พลอยและทองคำเปลว โดยเริ่มการกราบนมัสการพระสีวลี และการบูชาผูกผ้า 3 สีแด่พระแม่ธรณีบีบมวยผม โดยผู้ชายจะผูกแขนขวาและผู้หญิงให้ผูกที่แขนซ้าย เพื่อเป็นการขออนุญาตเจ้าของพื้นที่

       จากนั้นเดินเท้าขึ้นเขาต่อไปอีกประมาณ 1.2 กิโลเมตร หากท่านไม่สะดวกในการเดินที่นี่ก็จะมีบริการเสลี่ยงหามหรือไม้เท้าไว้ให้ท่านได้ช่วยตัวเองในการ ยึด-ค้ำ-ยัน และระหว่างการเดินทางเราก็จะผ่านพระนอนหิน ศิลาเจดีย์ รอยพระพุทธบาท หินรูปบาตรคว่ำ ถ้ำฤาษี ลานแข่งรถพระอินทร์ หินที่มีรูปร่างคล้ายเต่าและช้างขนาดยักษ์ รอยเสือใหญ่ รอยกวางใหญ่ เป็นต้น ส่วนบนยอดเขาพระบาทก็จะมีอากาศเย็นสบาย สามารถมองเห็นทิวทัศน์ของเทือกเขาสระบาป เขาสุกิม เกาะนมสาว และตัวเมืองจันทบุรีได้อย่างชัดเจน

เขาคิชฌกูฏ จันทบุรี

เขาคิชฌกูฏ จันทบุรี

     ระหว่างทางเดินสู่ยอดเขานี้เราก็จะพบว่า มีผู้ที่นำธูปมาปักไว้ที่หินต่างๆด้วยเชื่อว่า เป็นการฝากศรัทธาและเนื้อฝากตัวกับเจ้าป่าเจ้าเขาพร้อมกันนี้ก็มีการโปรยดอกดาวเรืองเหลืองอร่ามไปตลอดเส้นทางที่สักกการะนอกจากนี้สิ่งที่เป็นเอกลักษณ์อีกอย่างหนึ่งของเส้นทางที่จาริกสายนี้ก็คือ “ระฆัง“ ที่จะเห็นว่ามีการแขวนเรียงรายเต็มไปหมด ด้วยเชื่อว่าการเคาะระฆังไปตามทางจะเป็นการบอกกล่าว ให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ บ้างก็มีความเชื่อว่าเป็นการอธิษฐานขอให้มีชื่อเสียงเลื่องลือระบือไกลไปในทางที่ดี  ระหว่างทางเดินจากลานจอดรถวัดพลวงมายังจุดนี้จะผ่านร้านค้ามากมายสองข้างทาง แต่ละร้านส่วนใหญ่จะจำหน่ายแผ่นทองคำเปลวและพลอยประจำวันเกิดจัดเป็นชุดๆ พร้อมกับดอกดาวเรืองและธูปเทียนเพื่อใช้ในการสักการะบูชาพระธาตุเป็นสิริมงคล สำหรับดอกดาวเรืองและพลอยจะใช้โรยที่รอยพระพุทธบาทบนยอดเขาและมีบริการซุ้มน้ำร้อน น้ำชาฟรีอีกด้วย

    เราใช้เวลาไม่นานนัก ในการเดินผ่านประตูสวรรค์สู่ยอดเขาที่ลานพระบาท และอึ้งทึ่งกับหินลุกพระบาตรที่โดดเด่นตั้งตระหง่านโดยธรรมชาติที่เป็นสัญลักษณ์แห่งขุนเขา สิ่งที่สำคัญในจุดนี้ก็คือ หินลูกพระบาท พระพุทธรูปและรอยพระพุทธบาท หรือพระพุทธบาทพลวง ประดิษฐานอยู่บน เขาคิชฌกูฎ โดย พระบาทพลวง นี้ เป็นรอยพระพุทธบาทขนาดใหญ่ กว้าง 1 เมตร ยาว 2 เมตร อยู่บนยอดเขาสูงจากระดับน้ำทะเล 1,000 เมตร และถือว่าเป็นรอยพระพุทธบาทที่สูงที่สุดของประเทศไทย หินลูกพระบาทนี้เชื่อกันว่ามีความศักดิ์สิทธิ์ยิ่งนักแต่มีเคล็ดว่าต้องอธิษฐานเรื่องเดียวเท่านั้นพร้อมถวายธูป เทียน ดอกไม้ ถ้ามีพลอยก็โรยลงในเขตรอยพระบาทหรือปิดทองคำเปลวลงไป  ประชาชนที่มากราบไหว้เมื่อปิดทองแล้วจะนิยมโน้มศรีษะให้หน้าผากแตะที่เนื้อหินพร้อมจิตใจอันนาวแน่ศรัทธาและมีผู้คนจำนวนไม่น้อยก็ได้นำกระจกมาสอดใต้ลูกหินพระบาทเพื่อขอพรสะท้อนให้เกิดโชคลาภ

…… พระครูธรรมสรคุณ (ท่านพ่อเขียน) ได้สอนว่า “เท้าของพระพุทธองค์ แม้ประดิษฐานอยู่แห่งหนตำบลใดก็ตาม ถ้าเรามีความเชื่อมั่น เคารพกราบไหว้ด้วยใจ อธิษฐานแล้ว ย่อมเกิดผลสำเร็จแก่ผู้นั้นทุกคนและเป็รสิริมงคลแก่ผู้นั้นตลอดไป”………..

         นับจาก ”ยอดเขาอธิษฐาน” อันเป็นจุดที่สำคัญที่สุดนี้แล้ว นักแสวงบุญก็ยังนิยมจาริกเดินเท้ากันต่อไปให้สุดเขตเส้นทางบุญหรือสุดเขตป่าเรียกว่า “เขตผ้าแดง” พร้อมกับเส้นทางในการไต่ขึ้นลงอีกประมาณ 820 เมตร โดยมีจุดให้สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ไปตลอดเส้นทางอาทิ พระปางอุ้มบาตร ลานอินทร์ บาตรพระอานนท์ ศาลเจ้าแม่ตะเคียน ลานพรหมบรรทม บาตรพระโมคคัลลานะ บาตรพระสารีบุตรและสุดเขตผ้าแดง  โดยมีพระสงฆ์สวดมนต์ ประพรมน้ำมนต์พร้อมทั้งจารึกชื่อ คำอธิษฐานไว้บนผ้าแดงแห่งนี้

        ด้วยศรัทธาอันแรงกล้าในแต่ละปีก็จะมีประชาชนต่างนิยมไปนมัสการพระบาทหลวงเป็นจำนวนมาก เพื่อเสริมสิริมงคลให้กับตัวเอง ถือเป็นเรื่องที่น่าอัศจรรย์เป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลตรุษจีนถึงช่วงวันมาฆบูชาของทุกปี จะมีประชาชนขึ้นไปนมัสการรอยพระพุทธบาททั้งกลางวันและกลางคืน  ถือเป็นงานประเพณีที่ปฏิบัติสืบทอดกันมานาน โดยมีความเชื่อว่าจะได้บุญสูง และเป็นการฝึกจิตใจให้มีความอดทน ไม่ย่อท้อต่อความยากลำบาก  นอกจากนี้ ผู้ที่ถึงวัดพลวงตอนเย็น สามารถพักค้างคืนเพื่อเริ่มขึ้นยอดเขาในตอนเช้าได้ โดยทางวัดมีที่พัก และที่อาบน้ำไว้รองรับคนได้จำนวนมาก

     ใครที่ยังไม่เคยไปสัมผัสความมหัศจรรย์บนเขาคิชฌกูฏ ขอแนะนำว่าไม่ควรพลาดนอกจากความเชื่อในเรื่องของการทำความดีและได้รับบุญกุศลอย่างมากมายแล้วที่สำคัญสภาพของป่าเขาลำเนาไพรที่เขาคิชฌกูฏแห่งนี้ยังคงความเป็นธรรมชาติไว้ได้อย่างสมบูรณ์ ให้เราได้สัมผัสถึงความรื่นรมย์ชื่นฉ่ำหัวใจสูดอากาศดีๆท่ามกลางธรรมชาติที่ไร้มลพิษ เพลิดเพลินกับเสียงนกร้องที่ดังก้องป่าเหมือนเป็นกำลังใจให้เราสู้สู้ เดินทางพิชิต สุดเขตแดนบุญให้สำเร็จ

การเดินทางมา เขาคิชฌกูฏ

          สำหรับการเดินทางนั้นก็ง่ายแสนง่าย หากมาตามถนนสุขุมวิท ถึงทางแยกเข้าตัวเมืองจันทบุรี (สี่แยกเขาไร่ยา) ให้เลี้ยวลงถนนทางน้ำตกกระทิง หรือถนนบำราศนราดูร จากทางแยกเขาไร่ยา ไปถึงน้ำตกกระทิงประมาณ 20 กิโลเมตร เลยวัดระทิงไป 400 เมตร ถึงแยกขวามือไปวัดพลวง เป็นถนนลูกรังระยะทาง 3 กิโลเมตร เมื่อถึงวัดพลวง จะเป็นจุดเริ่มต้นขึ้นไปยังยอดเขา มีรถรับจ้างทดเฟืองพิเศษรับไปส่งถึงจุดที่ใกล้ที่สุด และเดินเท้าต่ออีกประมาณ 40 นาที ทั้งนี้ สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ อุทยานแห่งชาติเขาคิดชฌกูฎโทรศัพท์ 0-3945-2075, กิ่งอำเภอเขาคิดชฌกูฎ โทรศัพท์ 0-3945-2437 หรือ องค์การบริหารส่วนตำบลพลวง โทรศัพท์ 0-3930-9281

เขาคิชฌกูฏ จันทบุรี

เขาคิชฌกูฏ จันทบุรี

เขาคิชฌกูฏ จันทบุรี

เขาคิชฌกูฏ จันทบุรี

เขาคิชฌกูฏ จันทบุรี

เขาคิชฌกูฏ จันทบุรี

เขาคิชฌกูฏ จันทบุรี

เขาคิชฌกูฏ จันทบุรี

เขาคิชฌกูฏ จันทบุรี

เขาคิชฌกูฏ จันทบุรี

เขาคิชฌกูฏ จันทบุรี

เขาคิชฌกูฏ จันทบุรี

เขาคิชฌกูฏ จันทบุรี

เขาคิชฌกูฏ จันทบุรี

เขาคิชฌกูฏ จันทบุรี

เขาคิชฌกูฏ จันทบุรี

เขาคิชฌกูฏ จันทบุรี

เขาคิชฌกูฏ จันทบุรี

เขาคิชฌกูฏ จันทบุรี

เขาคิชฌกูฏ จันทบุรี

เขาคิชฌกูฏ จันทบุรี

เขาคิชฌกูฏ จันทบุรี

เขาคิชฌกูฏ จันทบุรี

เขาคิชฌกูฏ จันทบุรี

เขาคิชฌกูฏ จันทบุรี

เขาคิชฌกูฏ จันทบุรี

เขาคิชฌกูฏ จันทบุรี

เขาคิชฌกูฏ จันทบุรี

เขาคิชฌกูฏ จันทบุรี

เขาคิชฌกูฏ จันทบุรี

เขาคิชฌกูฏ จันทบุรี

เขาคิชฌกูฏ จันทบุรี

เขาคิชฌกูฏ จันทบุรี

เขาคิชฌกูฏ จันทบุรี

เขาคิชฌกูฏ จันทบุรี

เขาคิชฌกูฏ จันทบุรี

เขาคิชฌกูฏ จันทบุรี

เขาคิชฌกูฏ จันทบุรี

เขาคิชฌกูฏ จันทบุรี

เขาคิชฌกูฏ จันทบุรี

บทความที่เกี่ยวข้อง

เล่าเรื่องเมืองเชียงราย

Comments are closed.

โปรโมชั่นพิเศษสำหรับนักท่องเที่ยว ส่วนลดที่พัก โปรโมชั่นที่พักสุดพิเศษ
 
Loading...