Homeสถานที่ทะเล หาด แหลม › หมู่เกาะอ่างทอง อัศจรรย์มวลหมู่เขาหินปูน

หมู่เกาะอ่างทอง อัศจรรย์มวลหมู่เขาหินปูน


หมู่เกาะอ่างทอง อัศจรรย์มวลหมู่เขาหินปูน

 จงตอบคำถามต่อไปนี้… ภาพวิวทะเลใดสร้างชื่อเสียงให้อ่าวไทยมากที่สุด

ก. ภาพทะเลแหวกเกาะนางยวน ซึ่งมีสันทรายสีขาวเชื่อมเกาะเล็กๆ สามเกาะเข้าด้วยกัน
ข. ภาพเกาะภูเขาหินปูนหลายสิบลูกเรียงรายอยู่กลางทะเลสีเขียวมรกตที่หมู่เกาะอ่างทอง
ค. รักพี่เสียดายน้อง ตอบไม่ได้ เลือกไม่ถูก
ง. ถูกทุกข้อ

ตอบยากจริงจังสำหรับคำถามง่ายๆ ข้อนี้ เพราะถ้าใครไปเยือนมาทั้งเกาะนางยวน กับหมู่เกาะอ่างทอง จะพบว่าทั้งสองวิวเลื่องชื่อแห่งอ่าวไทยล้วนสวยงามยากบรรยาย ให้เลือกถูกใจที่สุดยังไงก็เลือกยาก อยากเก็บทั้งบัวตูมบัวบานเลยว่างั้น!

          ภาพทิวเขาหินปูนกลางทะเลสีเขียวมรกตที่หมู่เกาะอ่างทองได้รับการเผยแพร่สู่โลกกว้างครั้งแรกเมื่อใดไม่มีใครรู้ รู้เพียงว่าปัจจุบันมีนักท่องเที่ยวบากบั่นมาชมความอลังการของหมู่เกาะในท้องทะเลจังหวัดสุราษฎร์ธานีทุกวันตลอดตั้งแต่สายจนถึงเย็นย่ำ นับเป็นหนึ่งในภาพวิวทะเลเมืองไทยซึ่งอลังการติดชาร์ตมากที่สุดภาพหนึ่งด้วย

          ด้วยความงดงามแปลกตาของหมู่เกาะอ่างทองนี่แหละ ทำให้หลายคนมักเข้าใจผิดว่าหมู่เกาะแห่งนี้คงอยู่ในท้องทะเลแสนไกล ต้องนั่งเรือไปนานหลายชั่วโมง ยากแก่การเยี่ยมชม ยากที่คนเบี้ยน้อยหอยน้อยจะเข้าถึง ซึ่งขอบอกว่าใครคิดเช่นนั้น ถือว่าคิดผิดโดยสิ้นเชิง เนื่องจากเป็นเรื่องตรงกันข้ามทั้งหมด

          จากสภาพภูมิศาสตร์ หมู่เกาะอ่างทองอยู่ใกล้แผ่นดินมากกว่าเกาะสมุยกับเกาะพะงันด้วยซ้ำ ใครเคยนั่งเรือเฟอร์รี่สู่เกาะสมุยหรือพะงัน จะพบเห็นหมู่เกาะอ่างทองลอยเด่นเท้งเต้งกลางทะเลท้าทายสายตาให้แปลกใจว่า ความสวยงามระดับโลกอยู่ใกล้แค่นี้เองหรือ

          หมู่เกาะอ่างทองได้รับการประกาศให้เป็นอุทยานแห่งชาติเมื่อปี พ.ศ. 2523 เป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 21 ของประเทศ มีเนื้อที่ทั้งหมด 102 ตารางกิโลเมตร โดยแบ่งเป็นพื้นที่ทะเล 84 ตารางกิโลเมตร หรือมากกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ คำว่าหมู่เกาะอ่างทองหมายถึงรวมเกาะทั้งหมด 42 เกาะเข้าด้วยกัน มีที่ทำการอุทยานฯ อยู่บนเกาะวัวตาหลับ ข้อมูลบางแห่งอาจระบุว่าเกาะวัวตาหลับเป็นเกาะใหญ่ที่สุดของอุทยานฯ แต่ความเป็นจริงแล้วเกาะพะลวยมีขนาดใหญ่กว่า ทว่าพื้นที่เขตอุทยานฯ ครอบคลุมเพียงครึ่งเดียว อีกครึ่งที่เหลือเป็นชุมชน แต่นั่นแหละถึงจะใช้คำว่าเกาะวัวตาหลับมีขนาดใหญ่ที่สุด ความจริงก็ยังเป็นเพียงเกาะเล็กๆ เมื่อเทียบกับเกาะท่องเที่ยวทั่วไป

          ด้วยความที่หมู่เกาะตั้งอยู่ไม่ไกลชายฝั่ง ทำให้ที่นี่ไม่ใช่แหล่งดำน้ำชมปะการังสวยๆ อีกทั้งทะเลยังรับตะกอนมาจากแม่น้ำตาปีค่อนข้างเยอะแสงส่องไม่สะดวก ไม่เหมาะสมกับการเจริญเติบโตของปะการัง น้ำทะเลก็ไม่ได้ใสปิ๊งราวกระจก แต่มีลักษณะเป็นสีเขียว ยามสะท้อนแสงแดดจึงกลายเป็นทะเลมรกตดูงดงามในอีกรูปแบบ

          การมาเยือนหมู่เกาะอ่างทองสะดวกที่สุดทำได้สองทางคือซื้อ Day Trip จากผู้ประกอบการนำเที่ยวบนเกาะสมุยและเกาะพะงัน ซึ่งมีทัวร์มาที่นี่ทุกวัน (ยกเว้นวันที่สภาพอากาศเลวร้ายจริงๆ) อีกวิธีคือการเหมาเรือสปีดโบ๊ทจากอำเภอดอนสัก จังหวัดสุราษฎร์ธานี หรือไม่ก็จากเกาะสมุย

          สำหรับนักท่องเที่ยวทั่วไปแนะนำใช้บริการ Day Trip จากเกาะสมุยสะดวกที่สุด เข้าถึงอรรถรสการเที่ยวพอประมาณ ใครคิดเที่ยว Day Trip เช่นนี้แนะนำว่ามาจากสมุยดีกว่าพะงันนะจ๊ะ เพราะมีเวลาเที่ยวบนเกาะมากกว่า เนื่องจากอยู่ใกล้กว่าใช้เวลาเดินทางน้อยกว่า และราคาประหยัดกว่าคือราว 1,000 บาทต่อคน

          มีผู้ประกอบการนำเที่ยวหลายเจ้าบนเกาะสมุย แต่โปรแกรมไม่หนีกันโดยต้องพาชมสองไฮไลท์สำคัญคือจุดชมวิวผาจันทร์จรัส เกาะวัวตาหลับ ซึ่งเป็นจุดที่เห็นหมู่เกาะหินปูนกลางทะเลสีเขียวมรกต และทะเลในที่เกาะแม่เกาะ ซึ่งเป็นทะเลสาบโอบล้อมด้วยภูเขาหินปูนดั่งสระน้ำสีเขียวมรกตใจกลางหุบเขา พร้อมกิจกรรมพายเรือคายัครอบเกาะแม่เกาะ นักท่องเที่ยวสามารถเลือกว่าจะพายคายัคหรือไม่ (มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม)

          อืม… แล้วถ้าไม่ชอบ Day Trip จำกัดเวลาไม่เต็มอิ่ม อยากค้างบนเกาะต้องทำอย่างไร?

          คำตอบคือง่ายแสนง่าย บนเกาะวัวตาหลับเป็นที่ทำการอุทยานฯ มีทั้งบ้านพัก ลานกางเต็นท์ และร้านอาหารสวัสดิการเปิดตั้งแต่เช้ายันค่ำ รับรองไม่อดตาย ไปตัวเปล่าก็เพียงพอไม่ต้องหอบข้าวของพะรุงพะรัง เต็นท์กับเครื่องนอนก็ให้เช่าราคามาตรฐานอุทยานฯ วิธีค้างคืนในกรณีไม่เหมาะเรือมาเองก็ให้ไปกับทัวร์ Day Trip จากเกาะสมุยนี่แหละ แจ้งกับเรือก่อนว่าจะค้างบนเกาะวัวตาหลับ นัดวันกลับให้เสร็จสรรพ พอถึงวันค่อยขึ้นเรือกับทัวร์เดียวกับที่เรามา เที่ยวต่อจนครบโปรแกรมหมดวันแล้วกลับสู่เกาะสมุย ช่างง่ายเสียนี่กระไรใช่ไหมล่ะ

          ด้วยวิธีเช่นนี้เราสามารถเที่ยวหมู่เกาะอ่างทองโดยไม่จำเป็นต้องค้างคืนที่สมุย จากกรุงเทพขึ้นรถทัวร์ช่วงเย็นเที่ยวแรกสุดประมาณห้าโมงเย็น (ขาไปแนะนำสมบัติทัวร์เพราะจะขึ้นเกาะสมุยที่หน้าทอน ซึ่งเป็นท่าเรือนำเที่ยว) ถึงสมุยตอนเช้าประมาณ 7.30 น. เรือ Day Trip ไปหมู่เกาะอ่างทองจะออกจากท่าเรือหน้าทอน เกาะสมุย ราว 8.30 น. ขณะที่ขากลับตามโปรแกรมเรือ Day Trip ถึงสมุยประมาณ 17.00 น. ทันเวลารถทัวร์มุ่งหน้าสู่กรุงเทพเที่ยวสุดท้ายคือ 17.35 น. (รอบเย็นมีเฉพาะรถของ บขส. โดยรถทัวร์ขึ้นเรือเฟอร์รี่ที่ท่าราชาเฟอร์รี่ลิปะน้อยรอบ 18.00 น.) อย่างไรก็ตามขากลับไม่แนะนำให้วางตารางเวลาจวนตัวเกินไป เนื่องจากทัวร์ Day Trip ค่อนข้างยืดหยุ่น บ่อยครั้งเรือกลับถึงสมุยล่าช้า อีกทั้งมีปัจจัยเกี่ยวกับสภาพอากาศ ดังนั้นหากไม่รีบเร่งเกิน กลับจากหมู่เกาะอ่างทองมานอนสมุยสักคืนสบายๆ มีที่พักราคาประหยัดมากมายบริเวณท่าเรือหน้าทอน

          เพียงเท่านี้การเที่ยวหมู่เกาะอ่างทองก็ไม่ใช่เรื่องยากเย็นเลยสักนิดเดียว

          ในช่วงก่อนๆ อุทยานฯ จะทำการปิดเกาะในฤดูมรสุมคือเดือนพฤศจิกายน แต่ช่วงสองสามปีที่ผ่านมาเปิดให้เที่ยวตลอดทั้งปี หากมีมรสุมไม่สามารถมาเที่ยวได้จะแจ้งกับผู้ประกอบการบนเกาะสมุยเป็นครั้งๆ ไป

          แล้วบนเกาะวัวตาหลับมีอะไรให้เที่ยวบ้าง?

          อันดับแรกสุดและเป็นจุดหมายที่ทุกคนมาเยือนเกาะวัวตาหลับคือจุดชมวิวผาจันทร์จรัส ไฮไลท์โด่งดังระดับโลก กระนั้นวิวสวยย่อมแลกมาด้วยความลำบาก จุดชมวิวผาจันทร์จรัสแบ่งเป็นทั้งหมดสี่ระดับที่ความสูง 100 เมตร 200 เมตร 350 เมตร และ 500 เมตร ระยะทางดูไม่มากนักแค่ครึ่งกิโลเมตร แต่เป็นทางขึ้นเขาลาดชัน 45 องศาตลอดเส้นทาง ดังนั้น… กรุณาทำใจเหนื่อยล่วงหน้า!

          ตลอดทางเดิน (และปีน) สู่ผาจันทร์จรัส อุทยานฯ ทำราวเชือกให้ยึดเกาะช่วงพยุงตัวตลอดเส้นทาง กระทั่งประมาณ 50 เมตรสุดท้ายยิ่งเป็นบททดสอบแท้จริง เพราะต้องปีนป่ายขึ้นบนหน้าผาหินปูนสูงชันและมีสภาพแหลมคม ดังนั้นควรเตรียมรองเท้าผ้าใบหรือรองเท้าที่ป้องกันเท้าของคุณมาให้พร้อม ระยะทาง 500 เมตร ใช้เวลาขึ้น-ลง ประมาณ 1-2 ชั่วโมง ซึ่งหากมากับทัวร์ Day Trip คุณอาจมีเวลาเพลิดเพลินข้างบนประมาณยี่สิบนาที แต่หากพักค้างแรมบนเกาะวัวตาหลับ จะอยู่ข้างบนสักห้าชั่วโมงก็ไม่มีใครว่า เตรียมของกินไปปิกนิกชมวิวด้านบนยังไหว!

          หลังลำบากสาหัสจนถึงจุดชมวิวชั้นสูงสุด ความเหน็ดเหนื่อยเริ่มคลายกลายเป็นความภูมิใจ หายใจลึกๆ ผ่อนลมหายใจยาวๆ ภาพตรงหน้าคือภาพซึ่งนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกล้วนอยากมาสัมผัสด้วยตาตัวเองสักครั้ง… และคุณทำสำเร็จแล้ว

          อย่างไรก็ตามผาจันทร์จรัสไม่ใช่จุดน่าเที่ยวจุดเดียวของเกาะวัวตาหลับ ที่นี่ยังมีถ้ำสวยงามด้วยหินงอกหินย้อย สามารถเที่ยวชมได้สบายบรรยากาศลึกลับแต่ไม่น่ากลัวชื่อถ้ำบัวโบก จากชายหาดอ่าวคา เดินเลียบทะเลไปนิดเดียวจะพบทางขึ้นสู่ถ้ำ ระยะทาง 300 เมตร เตรียมน้ำดื่มไปด้วยล่ะ เพราะต้องเหนื่อยกันอีกรอบ หนทางเป็นทางขึ้นเขาเช่นเดียวกับผาจันทร์จรัส ระหว่างทางมีจุดชมวิวทะเลสวยๆ ซึ่งทางอุทยานฯ จัดทำเป็นศาลาให้นั่งพักเอาแรง เป็นไปได้แนะนำให้พกไฟฉายติดตัวเพราะในถ้ำแม้มีปากปล่องขนาดใหญ่ค่อนข้างโล่งแสงส่องถึงเกือบทั้งหมด แต่มีหลายจุดที่แสงส่องไม่ถึงและในส่วนมืดนี่แหละมีหินงอกหินย้อยงดงามอีกเพียบ รวมถึงบัวโบกอันเป็นหินย้อยลักษณะคล้ายดอกบัวเป็นที่มาของชื่อถ้ำนั่นเอง

          หากกายไม่พร้อม ใจไม่ฟิตพอต่อกรกับความเหนื่อย ชายหาดบริเวณอ่าวคาหน้าเกาะวัวตาหลับเป็นสถานที่เล่นน้ำ นอนอาบแดด ทำกิจกรรมต่างๆ ชั้นดี อุทยานฯ จัดซุ้มที่นั่งกับร้านขายเครื่องดื่มรองรับบรรยากาศเยี่ยมยอด ทิวมะพร้าวตกแต่งชายหาดให้กิ๊บเก๋ขึ้น ยิ่งเพิ่งลงมาจากผาจันทร์จรัส หรือถ้ำบัวโบก แล้วมานั่งพักจิบเครื่องดื่มเย็นๆ ล่ะก็มีความสุขจี๊ดสุดใจ

          ยามเย็น ใครค้างที่เกาะจะได้อมยิ้มกับฝูงค่างแว่นถิ่นใต้หลายสิบตัวลงมาหาอาหารบริเวณที่ทำการอุทยานฯ และริมหาดอ่าวคาทุกวันด้วย

          แม้เป็นเกาะเล็กๆ แต่ต้องบอกว่าอุทยานฯ ตระเตรียมสิ่งอำนวยความสะดวกให้นักท่องเที่ยวเป็นอย่างดี ไม่ว่าจะร้านอาหาร ลานกางเต็นท์ ห้องน้ำสะอาดสะอ้าน ถึงราคาอาหารและเครื่องดื่มต่างๆ ค่อนข้างสูงเอาเรื่อง (อาหารตามสั่งราดข้าว 80 บาท น้ำเปล่าขวดละ 20 บาท) ทว่าต้องเห็นใจค่าขนส่งต่างๆ โดยรวมแล้วใครได้มานอนพักกางเต็นท์ที่เกาะวัวตาหลับต้องติดใจจนอยากหวนกลับมาซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทั้งสวยและเงียบสงบสมกับเป็นทะเลในเขตอุทยานฯ แตกต่างจากทะเลที่รายล้อมไปด้วยรีสอร์ทมากมายนัก

          นอกจากนี้อุทยานฯ สามารถจัดหาเรือหางยาวนำเที่ยวเกาะอื่นๆ และจุดน่าสนใจได้ ควรติดต่อล่วงหน้าหลายวันสักหน่อย ราคาเริ่มต้นที่ประมาณ 1,500 บาทต่อการเหมาะหนึ่งลำ ใช้เวลาประมาณครึ่งวัน ซึ่งส่วนนี้ถือเป็นการบริการเสริมให้นักท่องเที่ยว ไม่ได้มีการกำหนดตายตัวจากทางอุทยานฯ ไม่เช่นนั้นใครปีกกล้าพอจะพายเรือคายัคเที่ยวเกาะโน้นเกาะนี้ก็ตามฝีมือเลย

          แม้พื้นที่ท่องเที่ยวทั้งหมดภายในอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะอ่างทองไม่ได้มีมากนัก ทว่าสำหรับคนที่หลงรักทะเลธรรมชาติ ทะเลที่สามารถเที่ยวได้อย่างสงบ ผ่อนคลาย สบายใจ ปลอดภัย บรรยากาศเป็นกันเอง ปราศจากสิ่งปนเปื้อนรบกวน บางทีหมู่เกาะอ่างทองอาจเป็นคำตอบที่ดีที่สุด

          ในหลายห้วงความรู้สึก วิวทะเลสวยระดับโลกซึ่งเป็นจุดขายจุดตายของที่นี่ บางทีกลับกลายเป็นเพียงองค์ประกอบเล็กๆ เท่านั้น เพราะสิ่งสำคัญที่ทำให้หัวใจโหยหาอยากกลับมาเยือนหมู่เกาะอ่างทองคือการที่เราได้โอบกอดธรรมชาติไว้อย่างแนบแน่นต่างหาก

          และอ้อมกอดนั้นช่างอบอุ่นเหลือเกิน…

สอบถามเพิ่มเติม อช.หมู่เกาะอ่างทอง Tel. 0-7728-0222 (เกาะวัวตาหลับ), 0-7728-6025 (ฝั่งสุราษฎร์ธานี)

 หมู่เกาะอ่างทอง สุราษฎร์ธานี หมู่เกาะอ่างทอง สุราษฎร์ธานี หมู่เกาะอ่างทอง สุราษฎร์ธานี หมู่เกาะอ่างทอง สุราษฎร์ธานี หมู่เกาะอ่างทอง สุราษฎร์ธานี หมู่เกาะอ่างทอง สุราษฎร์ธานี หมู่เกาะอ่างทอง สุราษฎร์ธานี หมู่เกาะอ่างทอง สุราษฎร์ธานี หมู่เกาะอ่างทอง สุราษฎร์ธานี หมู่เกาะอ่างทอง สุราษฎร์ธานี หมู่เกาะอ่างทอง สุราษฎร์ธานี หมู่เกาะอ่างทอง สุราษฎร์ธานี หมู่เกาะอ่างทอง สุราษฎร์ธานี

บทความที่เกี่ยวข้อง

Comments are closed.

โปรโมชั่นพิเศษสำหรับนักท่องเที่ยว ส่วนลดที่พัก โปรโมชั่นที่พักสุดพิเศษ
Loading...