Homeสถานที่ชุมชน หมู่บ้าน ศิลปะวัฒนธรรม › บนหนทางสู่ ดอยสุเทพ

บนหนทางสู่ ดอยสุเทพ


ร่มรื่นชื่นใจ สวนรุกชาติห้วยแก้ว

          สิ่งแตกต่างระหว่างสวนรุกชาติห้วยแก้วกับสวนสาธารณะทั่วไปชัดอยู่แล้วจากชื่อ ความเป็นสวนรุกชาติทำให้ที่นี่มีพรรณไม้ใหญ่สูงโย่งต้องแหงนคอตั้งบ่าถึงจะมองเห็นยอดมากมาย โดยเฉพาะต้นยางนาความสูงระดับ 30-40 เมตร จึงนับว่าเป็นสวนที่ร่มรื่นอย่างมาก ผู้คนนิยมมาออกกำลังกายโดยเฉพาะช่วงเย็นๆ หรือใช้เป็นที่นั่งพักผ่อนหย่อนใจตามศาลาต่างๆ ขอกระซิบนิดว่าสวนนี้อยู่ในความดูแลของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชนะจ๊ะ

อยู่บนถนนห้วยแก้วก่อนทางขึ้นดอยสุเทพ ไม่มีกำหนดเวลาเปิด-ปิด และไม่เสียค่าเข้าชม

สวนรุกชาติห้วยแก้ว จ.เชียงใหม่

สวนรุกชาติห้วยแก้ว จ.เชียงใหม่

สวนรุกชาติห้วยแก้ว จ.เชียงใหม่

สวนรุกชาติห้วยแก้ว จ.เชียงใหม่

 


 

ไหว้ขอพรอนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัย

นอกจากพระพุทธรูปแล้ว คนไทยเรายังมีพระเถระหรือพระสงฆ์ที่เคารพเลื่อมใสอีกมากมาย คุ้นเคยกันดีก็อาทิ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) กับหลวงปู่ทวด (เหยียบน้ำทะเลจืด) สำหรับดินแดนล้านนาอดีตพระเถระซึ่งได้รับความเคารพที่สุดย่อมหนีไม่พ้นครูบาศรีวิชัย ซึ่งนำผู้คนสร้างถนนขึ้นสู่พระธาตุดอยสุเทพจนได้รับการขนานนามว่าตนบุญแห่งล้านนา อันหมายถึงนักบุญแห่งล้านนา แทบทุกวัดในจังหวัดเชียงใหม่มักมีรูปปั้นหรือรูปหล่อของครูบาศรีวิชัยให้กราบไหว้ แต่อนุสาวรีย์สำคัญที่สุดอยู่บริเวณปากทางขึ้นดอยสุเทพ ทางเข้าน้ำตกห้วยแก้ว ทุกวันชาวบ้านและนักท่องเที่ยวจะแวะเวียนมากราบไหว้นำดอกดาวเรืองมาถวายอย่างท่วมท้น

อยู่บนถนนห้วยแก้วตรงทางขึ้นดอยสุเทพและทางเข้าน้ำตกห้วยแก้ว ไม่มีกำหนดเวลาเปิด-ปิด

อนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัย จ.เชียงใหม่

อนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัย จ.เชียงใหม่

อนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัย จ.เชียงใหม่

อนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัย จ.เชียงใหม่


 

ตนบุญแห่งล้านนา “ครูบาศรีวิชัย”

          ครูบาศรีวิชัย เดิมชื่ออ้ายฟ้าฮ้อง (ฟ้าร้อง) หรือ อ้ายอินตาเฟือน (อินทร์สะเทือน) เพราะท่านเกิดในเวลาที่ฟ้าสะเทือนส่งเสียงดังกัมปนาท เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน พ.ศ. 2421 ที่บ้านปาง อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน ท่านเข้ารับการอุปสมบท ณ วัดบ้านโฮ่งหลวง จังหวัดลำพูน เมื่ออายุ 21 ปี มีฉายาว่าสิริวิชโยภิกขุ หรือพระศรีวิชัย (บางแห่งมีการเขียนว่า สรีวิไชย สีวิไช หรือ สรีวิชัย)

          พระศรีวิชัยเป็นผู้มีศีลจารวัตรงดงามและเคร่งครัด เลิกฉันเนื้อสัตว์ตั้งแต่หนุ่ม มีลูกศิษย์ลูกหามากมายจนกระทั่งได้รับการยกย่องให้เป็น “ครูบา” ซึ่งเป็นคำเรียกสำหรับพระเถระซึ่งได้รับการนับถือ ท่านเป็นผู้นำประชาชนสร้างถนนหนทางขึ้นสู่วัดพระธาตุดอยสุเทพเมื่อปี พ.ศ. 2477 โดยไม่ใช้งบประมาณของรัฐแม้แต่น้อย

          อย่างไรก็ตามการที่ท่านยึดมั่นปฏิบัติธรรมตามแบบดั้งเดิม เน้นความผูกผันกับชุมชนตามจารีตล้านนาโดยไม่ใส่ใจกับนโยบายปรับรูปแบบการปกครองสงฆ์ส่วนกลางสมัยใหม่ทำให้ท่านถูกเรียกตัวไปสอบสวนจากเจ้าคณะหลายต่อหลายครั้ง กระทั่งร้ายแรงถึงขนาดถูกส่งตัวลงมายังกรุงเทพเพื่อรับการอบรมพระราชบัญญัติลักษณะปกครองคณะสงฆ์ฉบับใหม่ เมื่อปีพ.ศ. 2478

          กระนั้นความนับถือในตัวท่านไม่เคยเสื่อมคลาย ความมุ่งมั่นในจารีตล้านนาดั้งเดิมยิ่งทำให้ท่านได้รับความเคารพมากขึ้น ท่านมรณภาพเมื่อวันที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2481 ที่วัดบ้างปาง อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน บ้านเกิดของท่าน

ครูบาศรีวิชัย

ครูบาศรีวิชัย

 


 

แสนน่ารักครอบครัวแพนด้า ณ สวนสัตว์เชียงใหม่

          คนมาเยือนสวนสัตว์เชียงใหม่ 99.99 เปอร์เซ็นต์ต้องเป็นเพราะอยากเห็นครอบครัวแพนด้าสุดแสนน่ารักและโด่งดังไปทั่วโลก และไม่ผิดหวังเลยเพราะใครเจอน้องหลินปิงตัวจริง หรือพ่อช่วงช่วง แม่หลินหุ้ย ต้องกรี๊ดแทบสลบอะไรจะช่างน่ารักน่าฟัดปานนั้น อยากขอจับใส่ถุงซื้อกลับไปนอนกอดที่บ้านให้รู้แล้วรู้รอด!

          แต่สวนสัตว์เชียงใหม่ไม่ได้มีดีแค่เพียงครอบครัวแพนด้านะจะบอกให้ ฝูงสัตว์น่ารักมีอีกเป็นโขยง สัตว์อีกชนิดที่ห้ามพลาดชมเด็ดขาดคือโคอาล่าซึ่งแม้จะไม่น่ากอดเท่าแพนด้าแต่ว่าหาดูได้ยากมากนะเอ้อ ที่สวนสัตว์เชียงใหม่มีอยู่ทั้งหมด 10 ตัว

          นอกจากนี้ยังมีไฮไลท์ล่าสุดคือเชียงใหม่ ซู อคาเรียม ด้วยคำโฆษณาตัวโต “โลกใต้น้ำบนยอดดอย อุโมงค์ใต้น้ำที่ยาว… ที่สุดในโลก” อื้อหืออะไรจะขนาดนั้น พอเห็นกับตาแล้วต้องยอมรับในความอลังการจริงจังเพราะเขายาวตั้ง 133 เมตร ปลาน้ำจืดและปลาทะเลมีให้ชมกันจุใจ เห็นแล้วน้ำลายไหล! ไม่ใช่สิ… ตื่นตาตื่นใจอย่าบอกใคร แถมมีโชว์ให้ชมอีกเพียบ รับประกันเลยว่ามาเที่ยวสวนสัตว์เชียงใหม่ครั้งเดียว ตาโตค้างไปอีกหลายวัน…

          : ตั้งอยู่บนถนนห้วยแก้วถัดจากสวนรุกชาติห้วยแก้ว ตรงทางขึ้นดอยสุเทพ เปิดทุกวัน

สวนสัตว์เชียงใหม่ เวลา 8.00-18.00 น. ค่าผ่านประตู ชาวไทย ผู้ใหญ่ 70 บาท เด็ก 20 บาท ชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 100 บาท เด็ก 50 บาท ค่าที่จอดรถ รถยนต์ 50 บาท รถจักรยานยนต์ 10 บาท

ชมหมีแพนด้า เวลา 9.00-17.00 น. ค่าผ่านประตู (เสียเพิ่มต่างหาก) ชาวไทย ผู้ใหญ่ 50 บาท เด็ก 20 บาท ชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 100 บาท เด็ก 50 บาท

เชียงใหม่ ซู อะควาเรียม จันทร์-ศุกร์ เวลา 10.00-16.00 น. เสาร์-อาทิตย์ เวลา09.00-16.30 น. ค่าผ่านประตู (เสียเพิ่มต่างหาก) ชาวไทย ผู้ใหญ่ 290 บาท เด็ก 190 บาท ชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 520 บาท เด็ก 390 บาท

          สอบถามเพิ่มเติม สวนสัตว์เชียงใหม่ Tel. 0-5322-1179 www.chiangmaizoo.com หรือ Facebook : สวนสัตว์เชียงใหม่ Chiang Mai Zoo เชียงใหม่ ซู อะควาเรียม Tel. 0-5389-3111 www.chiangmaiaquarium.com หรือ Facebook : Chiangmai Zoo Aquarium

สวนสัตว์เชียงใหม่

สวนสัตว์เชียงใหม่

สวนสัตว์เชียงใหม่

สวนสัตว์เชียงใหม่

 


 

แพนด้า & โคอาล่า ความต่างบนความเหมือน

          ความไม่เหมือนคือแพนด้าเป็นหมี ส่วนโคอาล่าไม่ใช่หมี แต่มีอีกหลายอย่างที่เหมือนกันคือพวกมันใกล้สูญพันธุ์ พวกมันเป็นสัตว์เฉพาะถิ่น และพวกมันมีอยู่ที่สวนสัตว์เชียงใหม่ไงล่ะ

          ว่าถึงแพนด้า แม้จัดอยู่ในตระกูลหมีแต่กลับไม่เหมือนหมีทั่วไปเพราะมันไม่กินเนื้อ กินแต่พืชเท่านั้นโดยเฉพาะใบไผ่ แต่ละวันมันจะกินใบไผ่ตั้ง 9-14 กิโลกรัม พวกมันตัวยาวประมาณ 120-180 เซนติเมตร (รวมหาง) อาจหนักได้ถึง 160 กิโลกรัม มีอายุเฉลี่ย 20-30 ปี ในสวนสัตว์นอกจากประเทศจีนยังมีแพนด้าอาศัยอยู่ที่สิงคโปร์ ญี่ปุ่น ไต้หวัน ออสเตรเลีย เยอรมัน ออสเตรีย สเปน สกอตแลนด์ ฝรั่งเศส เม็กซิโก แคนาดา และสหรัฐ

          สำหรับโคอาล่านั้นเป็นสัตว์ตระกูลพอสซั่ม (สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมคล้ายหนูแต่มีถุงหน้าท้องเหมือนจิงโจ้) พวกมันตัวยาว 60-85 เซนติเมตร อายุเฉลี่ย 13-18 ปี กินเฉพาะใบต้นยูคาลิปตัสเป็นอาหาร อาศัยเกือบทั้งชีวิตบนต้นไม้ นอนมากถึง 20 ชั่วโมงต่อวัน บางทีอาจเป็นเพราะการนอนอุตุทั้งวันทำให้มันเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่มีสมองเล็กที่สุดเมื่อเทียบกับน้ำหนักตัว ดังนั้นถึงมันจะน่ารักแต่เด็กๆ อย่าเอาเยี่ยงอย่างการนอนกินบ้านกินเมืองนะจ๊ะ!

          โคอาล่าเกือบสูญพันธุ์จากโลกไปแล้วด้วยซ้ำเพราะถูกล่าเพื่อเอาขนสวยๆ อย่างหนัก กระทั่งประเทศออสเตรเลียต้องออกกฎหมายห้ามล่าอย่างเด็ดขาดในปี ค.ศ. 1963 จึงช่วยพวกมันไว้ทันเวลา

โคอาล่า

โคอาล่า

 


 

ผ่อนอารมณ์ชมน้ำตกห้วยแก้ว

          สายน้ำใสไหลจากภูผาช่างชื่นฉ่ำเสียนี่กระไร แม้ไม่จัดอยู่ในหมวดน้ำตกสวยเลิศเลอแต่ถือเป็นน้ำตกเที่ยวง่ายอยู่แค่ตีนเขาดอยสุเทพ จึงเป็นขวัญใจของผู้คนมาช้านาน จะเล่นน้ำแล้วหรือซื้ออาหาร ข้าวเหนียว ส้มตำ ไก่ย่าง ไปปิกนิกสบายใจเฉิบล้วนดูดีไม่หยอกจนดูเหมือนจะเป็นน้ำตกสาธารณะมากกว่าน้ำตกในอุทยานแห่งชาติ ด้านบนน้ำตกมีการทำวังน้ำเพื่อผันมาใช้ในการชลประทาน มีทางเดินศึกษาธรรมชาติสำหรับคนชอบเหนื่อย ระหว่างทางเดินสำรวจอาจเห็นป้ายบอกไปยังวังบัวบานและผาเงิบชวนให้ค้นหา แต่ขอกระซิบว่าอย่าเดินให้เมื่อยตุ้มเลย… เดี๋ยวขับรถขึ้นไปก็ได้!

ทางเข้าอยู่ตรงอนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัย เข้าไปประมาณ 200 เมตร มีที่จอดรถ เปิดทุกวัน 8.00-17.00 น. ไม่เสียค่าเข้าชม สอบถามเพิ่มเติม อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย Tel. 0-5320-1244, 08-6420-5242

 

น้ำตกห้วยแก้ว

น้ำตกห้วยแก้ว

น้ำตกห้วยแก้ว

น้ำตกห้วยแก้ว

 


 

วังบัวบาน สายน้ำนี้มีตำนาน

          “บัวบาน สาวเอื้องเหนือสิ้นชีวา กระโดดหน้าผาบูชารักแท้หนุ่มบางกอก” อ่านประวัติที่มาของชื่อวังบัวบานแล้วรู้สึกสยิวพิกล แต่เอาเถอะเพราะเมื่อสัมผัสสายน้ำเย็นๆ นุ่มสบายแล้วความกังวลหรือความกลัวในใจพลันหายเป็นปลิดทิ้ง เว้ากันตรงๆ วังบัวบานคือชั้นบนของน้ำตกห้วยแก้วนั่นแหละ แต่มีลักษณะเป็นลำธารน้ำใสก่อนจะพุ่งลงหน้าผา เหมาะกับการมานั่งเล่นชิลๆ หรือชมวิวผืนป่าช่วงตีนดอยสุเทพเพราะเขาจัดทำศาลาให้นั่งพักผ่อนไว้ทีเชียวล่ะ

อยู่เลยจากน้ำตกห้วยแก้วประมาณ 1.5 กิโลเมตร มีที่จอดรถริมถนน ไม่กำหนดเวลาเปิด-ปิด ไม่เสียค่าเข้าชม

 

วังบัวบาน

วังบัวบาน

วังบัวบาน

วังบัวบาน

วังบัวบาน

วังบัวบาน

 


 

ปลีกวิเวก ณ ผาเงิบ 

          “งามผาเงิบสวยงาม ได้ชมยิ่งงามด้วยน้ำไหลหลั่น แผ่นหินเป็นเชิงชั้น ผาเงิบเงิบงามไหลหลั่น เงิบงามง้ำชันคล้ายกันทั่วไป เพลินน้ำตกไหลมา จากดอยสู่ผา จากผามาแอ่งใหญ่” ฟังเพลงผาเงิบ (ผาเงอบ) ซึ่งขับร้องโดย มัณฑนา โมรากุล โดยมี ครูแก้ว อัฉริยะกุล ประพันธ์คำร้อง และ ครูเอื้อ สุนทรสนาน ประพันธ์ทำนอง แล้วมองเห็นความงามของที่นี่ชัดเจน ไม่เพียงแค่สวยแต่ผาเงิบยังมีความเงียบสงบ ซ่อนตัวอยู่กลางลำธารและหมู่ไม้เหมาะกับคนอยากหลีกหนีความพลุกพล่าน แถมเก๋ไก๋ด้วยชะง่อนผาใหญ่ให้นั่งหลบแดดหลบลมอันเป็นที่มาของชื่อผาเงิบ และสำคัญคืออยู่ห่างจากถนนใหญ่แค่ 50 เมตร

          เอ้อ… ใครอยากฟังเพลงผาเงิบทั้งแบบแรกของ มัณฑนา โมรากุล หรือแบบสองของ วรนุช อารีย์ YouTube ช่วยคุณได้นะจ๊ะ

อยู่เลยจากวังบัวบานประมาณ 500 เมตร ต้องจอดรถริมถนน ไม่กำหนดเวลาเปิด-ปิด ไม่เสียค่าเข้าชม

ผาเงิบ

ผาเงิบ

ผาเงิบ

ผาเงิบ

 


 

น้ำตกมณฑาธาร เย็นฉ่ำกลางขุนเขา

          นั่งนิ่งๆ สูดลมหายใจลึกๆ ผ่อนออกมายาวๆ ความสดชื่นทั้งหมดจากสายน้ำและผืนป่าที่น้ำตกมณฑาธารจะเป็นของคุณ น้ำตกชื่อไพเราะนี้มีความสวยงามสมชื่อ ตัวน้ำตกมีทั้งหมด 8 ชั้น แต่ด้วยความลำบากและอันตรายของเส้นทางทำให้ปัจจุบันทางอุทยานแห่งชาติเปิดให้เที่ยวชมแค่ง่ายๆ 2 ชั้น ซึ่งนั่นเพียงพอและคุ้มค่าแก่การเที่ยวชม ชั้นหนึ่งดูพลิ้วไหวสวยงาม สายน้ำไหลลดหลั่นลงมาตามหน้าผาหลายชั้น ส่วนชั้นที่สองมีแอ่งน้ำใหญ่ไม่ลึกมากเหมาะแก่การเล่นน้ำสุดๆ ที่นี่มีบ้านพักและลานกางเต็นท์บริการด้วยนะ แต่แนะนำเฉพาะในช่วงเทศกาลหน้าหนาวจะดีที่สุด เพราะในช่วงอื่นคงโหวงเหวงเกินไป

ทางเข้าน้ำตกอยู่เลยจากผาเงิบประมาณ 1 กิโลเมตร และต้องเข้าไปอีกราว 3 กิโลเมตร จะถึงหน่วยพิทักษ์อุทยาน มีที่จอดรถ เปิดทุกวัน เวลา 8.00-17.00 น. ค่าเข้าชม ชาวไทย ผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาท ชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 100 บาท เด็ก 50 บาท ค่าธรรมเนียมรถยนต์ 30 บาท รถจักรยานยนต์ 20 บาท สอบถามเพิ่มเติม อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย Tel. 0-5320-1244, 08-6420-5242

น้ำตกมณฑาธาร

น้ำตกมณฑาธาร

น้ำตกมณฑาธาร

น้ำตกมณฑาธาร

 


 

พักเหนื่อยกลางทางที่จุดชมวิว

          เชียงใหม่… เมืองแอ่งกระทะกลางขุนเขา ทำไมถึงเป็นเช่นนั้นลองมาชมวิวจากดอยสุเทพจะเข้าใจได้ทันที ตลอดทางขึ้นดอยสุเทพมีจุดชมวิวริมถนนเป็นระยะ แต่ไม่มีที่ไหนทำเหมาะเจาะเท่ากับจุดชมวิว ณ ศาลาเฉลิมพระเกียรติ บริเวณทางโค้ง กม.13.5 อีกแล้วเพราะเขาจัดทำศาลาอย่างดีไร้สิ่งกีดขวางสายตา จะใช้เป็นจุดพักรถหรือหลบแดดกลางทางก็ดี มีขายน้ำดื่มเย็นๆ ให้เติมพลังก่อนลุยต่อ วันไหนฟ้าใสแดดสวยถ่ายรูปออกมารับรองว่าสวยเป๊ะทุกแช้ะ

อยู่เลยจากทางเข้าน้ำตกมณฑาธารมาราว 3 กิโลเมตร มีที่จอดรถริมถนน ไม่กำหนดเวลาเปิด-ปิด ไม่เสียค่าเข้าชม

 

 จุดชมวิว


จุดชมวิว

จุดชมวิว

จุดชมวิว

 


 

แลนด์มาร์คเชียงใหม่ พระธาตุดอยสุเทพ

          มาเชียงใหม่ไม่ได้ขึ้น ดอยสุเทพ ไปสักการะพระธาตุดอยสุเทพก็เหมือนมาไม่ถึงเชียงใหม่… อย่างน้อยสำหรับคนมาเที่ยวเชียงใหม่หนแรกแล้วกัน แต่ใครจะมากราบไหว้ทุกครั้งซึ่งมาที่นี่ยิ่งถือว่าดีมากๆ เพราะไม่เพียงเป็นพระบรมธาตุคู่บ้านคู่เมืองเชียงใหม่ ยังถือเป็นปูชนียสถานสำคัญยิ่งของประเทศไทยเชียวนะ

          พระธาตุดอยสุเทพ ประดิษฐานอยู่ภายในวัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร ตามประวัติเล่าว่าสร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 1929 สมัยพญากือนา กษัตริย์องค์ที่ 6 แห่งอาณาจักรล้านนา ปัจจุบันถือเป็นพระอารามหลวงชั้นโท ชนิดราชวรวิหาร มีการบูรณะซ่อมแซมอย่างดีมาโดยตลอดจนปัจจุบันมีสีทองอร่ามสะท้อนแสงอาทิตย์เปล่งปลั่งงดงามยิ่งนัก

          วัดแห่งนี้คึกคักตลอดตั้งแต่เช้าจรดเย็น ที่ลานจอดรถมีของกินเรียงราย พอขึ้นมาหน่อยมีของที่ระลึก สินค้าศิลปะหัตกรรม ร้านเครื่องดื่ม มีเด็กๆ มาแต่งตัวแบบชาวเขาถ่ายรูปกับนักท่องเที่ยว (เสียเงินนะจ๊ะ) พอถึงบันไดนาคใครพละกำลังยังดีเดินเท้าขึ้นไปเลยมีจำนวน 185 ขั้น ไม่เช่นนั้นก็ชิลๆ ด้วยการนั่งรถรางขึ้นไป ด้านบนนอกจากนมัสการองค์พระธาตุแล้วโดยรอบยังมีพระพุทธรูปเก่าแก่งดงามมากมาย รวมถึงมีวิหารครูบาศรีวิชัย และจะมีเด็กๆ นักเรียนมาแสดงศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่นให้นักท่องเที่ยวได้ชมและบริจาคเงินช่วยเหลือเป็นทุนการศึกษา

          ทุกปีจะมีประเพณีเดินเท้าขึ้นพระธาตุ ดอยสุเทพ ตั้งแต่ช่วงเย็นก่อนวันวิสาขบูชา เริ่มต้นจากหน้ามหาวิทยาลัยเชียงใหม่จนกระทั่งถึงพระธาตุ นับเป็นประเพณีศักดิ์สิทธิ์ของชาวเชียงใหม่

อยู่เลยจากจุดชมวิวศาลาเฉลิมพระเกียรติอีกราว 5 กิโลเมตร รวมระยะทางขึ้นมาจากสวนสัตว์เชียงใหม่ 11 กิโลเมตร เปิดทุกวัน 6.00-21.00 น. เฉพาะชาวต่างชาติเสียค่าเข้าชม 30 บาท รถรางเปิดบริการเวลา 7.00-18.00 น. ค่าโดยสาร ชาวไทย 20 บาท ชาวต่างชาติ 50 บาท สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม Tel. 0-5329-5003

 

พระธาตุดอยสุเทพ

พระธาตุดอยสุเทพ

พระธาตุดอยสุเทพ

พระธาตุดอยสุเทพ

พระธาตุดอยสุเทพ

พระธาตุดอยสุเทพ

พระธาตุดอยสุเทพ

พระธาตุดอยสุเทพ

พระธาตุดอยสุเทพ

พระธาตุดอยสุเทพ

 


 

ชมวังบนยอดดอย พระตำหนักภูพิงค์

        พระตำหนักภูพิงค์ราชนิเวศน์ พระตำหนักซึ่งใช้เป็นที่ประทับในโอกาสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เสด็จพระราชดำเนินแปรพระราชฐานมาประทับแรมที่จังหวัดเชียงใหม่ เชื่อว่าหลายคนคงเคยได้ยินชื่อเสียงของพระตำหนักแสนสวยมานาน เราจะบอกว่าขอเถอะเมื่อขึ้นมาถึงพระธาตุดอยสุเทพแล้วควรเลยมาชมซึมซับความรื่นรมย์ ณ พระตำหนักแห่งนี้ด้วย บนความสูงเหนือระดับน้ำทะเลมากกว่า 1,300 เมตร ช่วยสร้างบรรยากาศเพอร์เฟกต์ต่อการเที่ยวชมพระตำหนักซึ่งวางตัวร่มรื่นท่ามกลางต้นไม้ดอกไม้นานาพรรณ รับประกันว่าคุณจะเพลินชมมวลพฤกษาไม่น้อยไปกว่าชมหมู่พระตำหนักต่างๆ ดอกไม้ซึ่งถือเป็นนางเอกคือกุหลาบที่มีอยู่หลากหลายประเภท อาทิ กุหลาบดอกเดี่ยว กุหลาบพวง กุหลาบพวงดอกใหญ่ กุหลาบหนู กุหลาบเลื้อย ต่างล้วนมีดอกโตสมบูรณ์ทั้งนั้น

ขึ้นมาจากพระธาตุดอยสุเทพ 4 กิโลเมตร เปิดทุกวัน 8.30-16.30 น. ค่าเข้าชม ชาวไทย ผู้ใหญ่ 20 บาท เด็ก 10 บาท ชาวต่างชาติ 50 บาท มีบริการรถไฟฟ้านำเที่ยว 300 บาท ต่อคัน (นั่งได้ไม่เกิน 3 คน) กรณีแต่งกายไม่เหมาะสม (เสื้อแขนกุด เสื้อกล้าม กางเกงขาสั้น ทั้งชายและหญิง) มีผ้าคลุมให้เช่า 20 บาทต่อชิ้น สอบถามเพิ่มเติม Tel. 0-5322-3065 www.bhubingpalace.org

 

พระตำหนักภูพิงค์ราชนิเวศน์

พระตำหนักภูพิงค์ราชนิเวศน์

พระตำหนักภูพิงค์ราชนิเวศน์

พระตำหนักภูพิงค์ราชนิเวศน์

พระตำหนักภูพิงค์ราชนิเวศน์

พระตำหนักภูพิงค์ราชนิเวศน์

 


 

สูดสุขสดชื่นบ้านม้งดอยปุย

บอกตรงๆ… ม้งดอยปุยวันนี้ไม่เหมือนวันวานเพราะเขาปั๊ดตะนาแล้วมีไอโฟนไอแพดใช้   สัญญาณ 3G มาเต็ม มนุษย์ทุกคนล้วนใฝ่หาความเจริญและชาวเขาก็มีสิทธิ์เดินตามความเจริญเช่นกัน แต่ถึงกระนั้นบ้านม้งดอยปุยยังมีความน่าชมน่าเที่ยวในหลายด้าน ยังมีการอนุรักษ์วิถีชีวิตดั้งเดิมให้นักท่องเที่ยวเยี่ยมชมกันพอสมควร บนถนนที่ไต่ระดับสูงๆ ต่ำๆ จะซอกแซกไปตรงไหนตามสบาย ร้านของซื้อของขายแวะชมและต่อรองราคาตามสะดวก สำคัญที่สุดคือการมาสัมผัสบรรยากาศซึ่งเราไม่ได้เจอกันบ่อยนักให้เต็มอิ่มอย่างไรล่ะ ที่นี่มีการจัดสวนดอกไม้เมืองหนาวสวยๆ สองแห่ง แห่งแรกคือสวนน้ำตกดอยปุย อีกแห่งคือพิพิธภัณฑ์ชาวเขา เขียวขจีและสดชื่นด้วยต้นไม้ดอกไม้พอกัน ใครพกกล้องมาเดินขอบอกว่าวิวเตะตาโดนใจเพียบ แถมอากาศเย็นสบายสดชื่นเป็นที่สุด

จากพระตำหนักภูพิงค์มาประมาณ 1 กิโลเมตร จะพบสามแยกเลี้ยวซ้ายไปบ้านม้งดอยปุย เข้าไปอีกราว 2 กิโลเมตร เป็นถนนลาดยางโดยตลอด เปิดทุกวัน 7.00-17.00 น. มีค่าเข้าชมที่สวนน้ำตกดอยปุย และพิพิธภัณฑ์ชาวเขา แห่งละ 10 บาท

บ้านม้งดอยปุย

บ้านม้งดอยปุย

บ้านม้งดอยปุย

บ้านม้งดอยปุย

บ้านม้งดอยปุย

บ้านม้งดอยปุย

 


 

กอดลมหนาว ณ ดอยปุย-ขุนช่างเคี่ยน

 ขุนเขาที่ได้รับความนิยมไม่แพ้ดอยอื่นใดของเชียงใหม่โดยเฉพาะในฤดูหนาวซึ่งอุณหภูมิลดต่ำลงจนน่าสะกิดแขนชวนคนรักมานอนกอดกันให้อุ่นทั้งตัวอุ่นทั้งใจเสียเหลือเกิน เลือกนอนที่หน่วยพิทักษ์อุทยานฯ บนดอยปุยแล้วเดินเท้าสองกิโลเมตรไปยอดดอยชมทะเลหมอกยามเช้า ชมความงดงามยามอาทิตย์อัสดงถือเป็นไอเดียสุดเก๋ บนยอดดอยปุยเป็นจุดชมนกชั้นเยี่ยมด้วย หรือไม่เช่นนั้นเลือกไปถึงขุนช่างเคี่ยนเพื่อชมดอกนางพญาเสือโคร่ง ซากุระเมืองไทยบานสะพรั่งชมพูเต็มผืนป่าก็เป็นไอเดียที่หรูเลิศเช่นเดียวกัน

จากสามแยกไปบ้านม้งดอยปุย ให้ใช้ทางเลี้ยวขวาเพื่อไปยอดดอยปุย ไปตามทางราว 3.5 กิโลเมตร จะถึงหน่วยพิทักษ์อุทยานฯ และเลยจากนั้นไปอีก 3 กิโลเมตรจะถึงขุนช่างเคี่ยน ถนนเป็นทางลาดยางแต่มีความคับแคบและคดเคี้ยวต้องอาศัยความระมัดระวังในการขับขี่ สอบถามเพิ่มเติม อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย Tel. 0-5320-1244, 08-6420-5242

ขุนช่างเคี่ยน

ขุนช่างเคี่ยน

ขุนช่างเคี่ยน

ขุนช่างเคี่ยน

 


 

พระเจ้าเก้าตื้อแห่งวัดสวนดอก

          ในบางห้วงคำนึงยามนั่งสงบจิตสงบใจต่อหน้าองค์พระเจ้าเก้าตื้อภายในพระอุโบสถวัดสวนดอก หลายคนอาจฉุกคิดขึ้นว่าตั้งแต่เกิดมาไม่เคยพระพุทธรูปองค์ใดงดงามเช่นนี้มาก่อน… และนั่นไม่ได้เว่อร์!  วัดสวนดอกสร้างขึ้นสมัยพระเจ้ากือนา กษัตริย์องค์ที่ 6 แห่งล้านนา ส่วนพระเจ้าเก้าตื้อสร้างทีหลังในสมัยพญาแก้ว (หรือพระยาแก้ว) ราวปี พ.ศ. 2047 ได้รับการยกย่องว่าเป็นพระพุทธรูปล้านนาที่สวยงามที่สุดองค์หนึ่ง หากอยู่ต่อหน้าพระเจ้าเก้าตื้อแล้วคุณไม่อาจรู้สึกถึงความศักดิ์สิทธิ์คงต้องบอกว่าคุณห่างเหินพุทธศาสนามากเกินไปแล้วล่ะ! นอกจากพระเจ้าเก้าตื้อ วัดสวนดอกยังมีโบราณสถานสำคัญคือพระบรมธาตุเจดีย์สีทองอร่ามประดิษฐานอยู่บริเวณกู่หรือสถูปบรรจุพระอัฐิของของเหล่าเจ้านายทางเหนือตั้งแต่ครั้งอดีต กู่เหล่านี้สร้างขึ้นสมัยรัชกาลที่ 5 สำหรับพระวิหารหลวงซึ่งเปิดโล่งหลังใหญ่ยังมีพระพุทธรูปเก่าแก่ รวมทั้งพระพุทธรูปศิลปะพม่าประดิษฐานอยู่ด้วย

ตั้งอยู่บนถนนสุเทพ (ถนนด้านหลังมหาวิทยาลัยเชียงใหม่) ห่างจากประตูสวนดอกทางตะวันออกของคูเมืองประมาณ 1 กิโลเมตร อาคารต่างๆ เปิด 8.00-18.00 น. แต่สามารถชมภายนอกถึงเวลาประมาณ 21.00 น.

 

 วัดสวนดอก


วัดสวนดอก

 วัดสวนดอก


วัดสวนดอก

 

 


 

ร่มเย็นเห็นธรรม ณ วัดอุโมงค์ (สวนพุทธรรม)

          วัดอุโมงค์ (เถระจันทร์) และสวนพุทธรรม ปัจจุบันคือที่แห่งเดียวกัน เกิดจากการที่เจ้าชื่น สิโรรส ครูคนสำคัญของจังหวัดเชียงใหม่แผ้วทางพื้นที่ป่ารกร้างบริเวณวัดอุโมงค์เดิมและวัดร้างอื่นๆ ใกล้เคียงสำหรับสร้างวัดป่าเพื่อเผยแผ่ศาสนา ปฏิบัติธรรม พร้อมเชิญหลวงพ่อปัญญานันทภิกขุ หนึ่งในพระสงฆ์ผู้ปฏิรูปแนวทางการเผยแผ่พระพุทธศาสนาของพระสงฆ์ไทยมาจำพรรษา ซึ่งหลวงพ่อปัญญานันทภิกขุนี้เองเป็นผู้ตั้งชื่อสวนพุทธรรม ปัจจุบันเป็นแหล่งฝึกฝนปฏิบัติตนและจิตใจตามหลักศาสนาที่สำคัญของจังหวัดเชียงใหม่ แม้ตลอดบริเวณจะร่มรื่นด้วยต้นไม้และสวนป่า ผู้ที่ไปเยือนควรพึงระลึกเสมอว่าสวนพุทธรรมมิใช่สวนสาธารณะ ควรใช้พื้นที่เพื่อประโยชน์ให้ถูกกาลเทศะ

          ภายในวัดมีสถานที่น่าสนใจทางศาสนามากมายเช่น พระเจดีย์ 700 ปี พิพิธภัณฑ์ เสาหินอโศกจำลอง ศิลาจารึกประวัติวัด โรงภาพปริศนาธรรม หอสมุด รูปหล่อหลวงพ่อปัญญานันทภิกขุ และแน่นอนคืออุโมงค์ทั้ง 3 ซึ่งต่อเชื่อมกับต่อกับพระเจดีย์ น่าเสียดายที่ปัจจุบันภาพจิตรกรรมภายในอุโมงค์ลบเลือนจนมองแทบไม่เห็นแล้ว

อยู่ในซอยหลังมช. ซอย 4 บนถนนสุเทพ เข้าซอยประมาณ 1 กิโลเมตร จะพบทางเข้าวัด เปิดทุกวัน เวลา 8.00-18.00 น.

 

 วัดอุโมงค์


วัดอุโมงค์

 วัดอุโมงค์


วัดอุโมงค์

 วัดอุโมงค์


วัดอุโมงค์

 


 

ลายคำ… ศิลปะงดงามแห่งล้านนา

          ว่าถึงวัดในล้านนาย่อมหนีพ้นที่ต้องพูดถึง “ลายคำ” แต่คนซึ่งไม่เคยเห็นอาจสงสัยว่าลายคำคืออะไรกันแน่? BIG MAP มีคำอธิบายง่ายๆ ว่าลายคำคือการประดับทองคำเปลวบนพื้นสีแดงหรือสีดำเพื่อสร้างลวดลายอันสวยงามบนอาคารหรือสิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ อาทิ บานประตู หน้าต่าง ฝาผนังโบสถ์ วิหาร หน้าบัน ตู้พระไตรปิฎก หีบพระธรรม ธรรมาสน์ ฯลฯ การตกแต่งลายคำทำได้ทั้งแบบการฉลุปิดทองคำเปลว หรือการเขียนลายรดน้ำลงรักปิดทอง นับเป็นศิลปะล้านนาอันทรงคุณค่าและมีความงดงามอย่างยิ่ง ดังนั้นหากใครเห็นลวดลายต่างๆ บนพื้นสีแดงที่วัดในภาคเหนือ นั่นแหละคือศิลปะลายคำ…

ลายคำ

ลายคำ

บทความที่เกี่ยวข้อง

เล่าเรื่องเมืองเชียงราย

Comments are closed.

โปรโมชั่นพิเศษสำหรับนักท่องเที่ยว ส่วนลดที่พัก โปรโมชั่นที่พักสุดพิเศษ
 
Loading...