HomeBlogger › นั่งรถรางชมเมืองเก่านครลำปางหลวงชุมชนท่ามะโอ

นั่งรถรางชมเมืองเก่านครลำปางหลวงชุมชนท่ามะโอ


นั่งรถรางชมเมืองเก่านครลำปางหลวงชุมชนท่ามะโอ

ยามบ่ายที่อากาศร่มรื่นสบายๆกับการนั่งรถรางชมเมืองเก่านครลำปางหลวงชุมชนท่ามะโอ “ตามหาจิตวิญญาณกับชุมชนท่ามะโอที่ไม่หมุนตามกาลเวลา” ขึ้นรถรางด้วยความรู้สึกตื่นเต้นนิดๆ กับการนั่งรถรางในครั้งนี้เพราะเป็นครั้งแรกที่จะได้เข้าไปชมเมืองเก่านครลำปางหลวง ทั้ง 3 ยุค ตามที่วิยากรประจำรถรางได้แจ้งไว้ เรามาดูกันก่อนน่ะค่ะว่าทั้ง 3 ยุคมียุกไหนกันบ้างเป็นข้อมูลเบื้องต้นก่อนที่จะไปชมกันค่ะ

เมื่อได้รู้จักกับ 3 ยุคของเมืองเก่านครลำปางหลวงแล้ว  ไปชมกันเลยว่ารถรางจะพาเราผ่านจุดไหนกันบ้างน่ะค่ะ  ซึ่งจุดแรกที่รถรางนำเราไปจอดคือ วัดปงสนุก  ที่พึ่งได้รับรางวัล “Award of Merit” จาก UNESCO ในปี 2008 เผยเส้นทางการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรม-สถาปัตยกรรมเก่าแก่ ที่เหลืออยู่เพียงแห่งเดียวในประเทศ จากชุมชน-รัฐ วัดปงสนุก หรือวัดปงสนุกเหนือ เป็นวัดสำคัญคู่กับจังหวัดลำปางมาช้านาน สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยที่เจ้าอนันตยศ ราชบุตรของพระนางจามเทวีแห่งหริภุญไชย (ลำพูน) เสด็จมาสร้างเขลางค์นคร (ลำปาง) เมื่อ พ.ศ.1223 หรือ 1,328 ปีก่อน เดิมวัดปงสนุกมีชื่อเรียกถึง 4 ชื่อ ได้แก่วัดศรีจอมไคล-วัดเชียงภูมิ-วัดดอนแก้ว–วัดพะยาว  ต่อมา จึงได้มีการแบ่งวัดเป็นวัดปงสนุกด้านเหนือและวัดปงสนุกด้านใต้ เรื่อยมาจนถึงปี พ.ศ. 2429 ได้มีการบูรณะครั้งใหญ่ โดยเริ่มจากการซ่อมพระเจดีย์ สร้างฉัตร ก่อซุ้มประตูโขง วิหารหลังมียอด หรือวิหารพระเจ้าพันองค์ หรือวิหาร 12 ราศี หรือวิหารสะเดาะเคราะห์  เนื่องจากในซุ้มประตูโขง นอกจากนี้ยังพบว่า วัดปงสนุก เป็นสถานที่ประดิษฐานเสาหลักเมืองเสาแรกของลำปาง ก่อนจะนำไปประดิษฐาน ณ บริเวณศาลากลาง(หลังเก่า) ในปัจจุบันด้วย

ตลอดเวลา 4 ปีที่ชุมชนได้ร่วมกันบูรณะ ทางชุมชนฯได้ใช้กิจกรรมด้านศาสนา เป็นตัวชูโรง เพื่อให้ได้ทั้งพลังชุมชนและปัจจัยที่ได้มาในการบูรณะดังกล่าว จนส่งผลให้เกิดกระแสการตื่นตัวในการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมในลำปางขึ้น อย่างกว้างขวางจนถึงขณะนี้  ปัจจุบัน “วัดปงสนุก” ได้กลายเป็นแหล่งรวมของสิ่งสำคัญหลายอย่างที่ทรงคุณค่าทางด้านศิลปวัฒนธรรม สถาปัตยกรรม มากมาย อาทิ พระพุทธรูปไม้ เสาหงส์ ซุ้มประตูโขง ภาพพระบฎ เขียนเรื่องพระเวนสันดรบนผ้าและกระดาษสา หีบธรรมโบราณ และธงช้างเผือกขนาดใหญ่ในสมัยรัชกาลที่6 ซึ่งทางวัดได้นำมารวมไว้เป็นพิพิธภัณฑ์   นอกจากนี้ยังมีเจดีย์วิหารพระนอน วิหารพระเจ้าพันองค์ วิหารโถงทรงจัตุรมุขที่มีรูปแบบงดงาม ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมระหว่าง ลานนาไทย พม่า และจีน ที่ยังคงหลงเหลืออยู่เพียงแห่งเดียวของไทย

ต่อจากนั่นนั่งรถรางชมกำแพงเมืองเก่าของชุมชนท่ามะโอ ทีมาของคำว่า ประตูป่องกำแพงเมือเขลางค์นครรุ่นที่ 2 เป็นแนวกำแพงจากหน้าวัดประตูป่องถึงหลังวัดประตูป่องไปต่อแนวกำแพงเขลางค์นครรรุ่นที่ 1 เป็นแนวอิฐปนดินมีรูอยู่ตามแนวกำแพง ผ่านหอรบ แนวกำแพงลักษณะเป็นมุขยื่นออกไป เป็นซากหอรบรุ่นสมัยพระเจ้ากาวิละ เจ้าผู้ครองนครลำปางใช้เป็นปราการต่อสู้ทัพพม่า

จุดต่อไปเป็นวัดท่ามะโอ  วัดพม่า มีรูปแบบสถาปัตยกรรมแบบไทยใหญ่ – พม่า มีวิหารเจดีย์ อุโบสถ สถาปัตยกรรมแบบอาณานิคม

กู่เจ้าย่าสุตา จุดนี้เป็นซุ้มประตูทางเข้าวัดกากแก้ว(วัดร้าง) หรือชื่อเรียกว่า ประตูโขงแบบศิลปะล้านนาที่สวยงาม ประดับด้วยประติมากรรม ปูนปั้นมีลวดลายประดับกนกพันธุ์พฤกษา รูปแบบล้านนา ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถาน ปี พ.ศ. 2523 มีอายุราวพุทธศตวรรษที่ 20-21

ถนนสายวัฒนธรรมลำปาง (ถนนวังเหนือ)  ถนนมรดกทางวัฒนธรรมที่สวยงามเก่าแก่ มีประวัติศาสตร์อันยาวนานในอดีตเป็นแนวกำแพงเมืองเก่า เป็นถนนพื้นเมืองของชาวลำปางมีกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมมีกาดหมั้วคัวแลงทุกวันศุกร์ เวลา 16.30-20.30 น.  น่าเสียดายยิ่งหนักคณะเราเดินทางมาในวันพฤหัส จึงไม่ได้เก็บภาพมาฝากไว้โอกาสหน้าจะมาเยือนใหม่น่ะจ๊ะ

ระหว่างทางของการนั่งรถรางนี้เราได้ชมบ้านเก่าที่ยังคงหลงเหลือให้ได้ชมอยู่เป็นระยะ แถมถนนสายนี้ก็ร่มรื่นได้ด้วยต้นไม้ใหญ่ ที่ทำให้ถนนสายนี้มีเสน่ห์ที่น่าหลงใหล รวมทั้งสถาปัตยกรรมบ้านโบราณและเรือนพื้นถิ่นประยุกต์ ในอดีตชุมชนท่ามะโอเจริญรุ่งเรือง ในยุคที่ลำปางมีอุตสาหกรรมทำป่าไม้เป็นอุตสาหกรรมหลักที่มีการเปิดสัมปทานทำไม้ สองข้างทางในชุมชนท่ามะโอประกอบไปด้วยสถาปัตยกรรมที่ทรงคุณค่า มีประโยชน์ในการเรียนรู้อดีตความเป็นมาของท้องถิ่นได้อย่างดีเลิศ

บ้านเสานัก  เรือนบ้านนาโบราณ มีเสา 116 ต้น สร้างปี พ.ศ. 2438 เป็นสถาปัตยกรรมผสมผสานของล้านนาและพม่า

บ้านร้อยปี อาคารเรือนไม้สถาปัตยกรรมได้รับอิทธิพลจากตะวันตกเป็นเรือนปั้นหยาหลังคาทรงสูง ครึ่งปูนครึ่งไม้ สร้างปี พ.ศ. 2439

บ้านหลุยส์  ในอดีตเป็นบริษัททำไม้ของชาวต่างประเทศเป็นเรือนปั้นหยา มีมุขแปดเหลี่ยมครึ่งปูนครึ่งไม้ ช่องเปิดและช่องระบายอากาศเป็นเกล็ดไม้ทั้งหมด

อีกหนึ่งจุดพลาดไม่ได้เมื่อมาเยือนต้องไปกลาบ หลวงพ่อเกษม เขมโก เป็นอีกจุดที่รถรางพาเราเข้าไปพร้อมกับแนะนำให้เราไปกราบหลวงพ่อ เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ชีวิต โดยแนะนำให้เดินทางไปสุสานไตรลักษณ์ สักการะสรีระของหลวงพ่อเกษม เขมโก พระเกจิอาจารย์สายวิปัสสนากรรมฐาน ด้านหน้าสำนักสงฆ์สานไตรลักษณ์ท่านจะเห็นรูปปั้นขนาดใหญ่ของหลวงพ่อเกษม ด้านหลังรูปปั้นเป็นมณฑปอาคารทรงไทยประยุกต์ภายในมีรูปปั้นหุ่นขี้ผึ้งของหลวงพ่อเกษม เขมโก นั่งขัดสมาธิขนาดเท่ารูปจริง และสรีระไม่เน่าเปื่อยของหลวงพ่อเกษม เขมโก บรรจุในโลงแก้วเมื่อเดินอ้อมไปด้านข้างจะพบกุฎิหลวงพ่อเกษมอยู่ใกล้ตับต้นโพธิ์ใหญ่และมีป้ายชี้ชวนเปิดผ้าม่านดูจะเห็นหุ่นขึ้ผึ้งหลวงพ่อ อยู่ด้านในกุฎิที่ดูเรียบง่าย

อีกหนึ่งจุดสำคัญคือวัดพระแก้วดอนเต้า หรือ วัดพระแก้วดอนเต้าสุชาดาราม เป็นวัดที่เก่าแก่และสวยงาม มีอายุนับพันปี เคยเป็นที่ประดิษฐาน พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร (พระแก้วมรกต) ตั้งแต่ปี พ.ศ.1979 เป็นเวลานานถึง 32 ปี เหตุที่วัดพระแก้วดอนเต้าได้ชื่อว่า วัดพระแก้วดอนเต้า มีตํานานกล่าวว่า นางสุชาดา ได้พบแก้วมรกตในแตงโม (ภาษาเหนือเรียกว่าหมากเต้า) และนำมา ถวายเจ้าอาวาส เพื่อแกะสลักเป็นพระพุทธรูป ซึ่งก็คือ พระแก้วดอนเต้า ต่อมาถูกอัญเชิญไปประดิษฐานที่วัดพระธาตุลําปางหลวงจนถึงปัจจุบัน  ปูชนียสถานที่สําคัญในวัดพระแก้วดอนเต้า ได้แก่ พระเจดีย์องค์ใหญ่ บรรจุพระเกศาธาตุของพระพุทธเจ้า มณฑปศิลปะพม่า ลักษณะงดงาม ประดิษฐานพระพุทธรูปองค์ใหญ่ วิหารประดิษฐานพระพุทธไสยาสน์ ที่มีอายุเก่าพอๆกับวัดนี้ นอกจากนี้ยังมี วิหารหลวงและพิพิธภัณฑสถานแห่งล้านนา และวิหารพระเจ้าทองทิพย์

เมื่อ พ.ศ.1979 พระเจ้าสามฝั่งแกนเจ้าเมืองเชียงใหม่ ทรงจัดขบวนแห่เพื่อรับพระแก้วมรกตจากเชียงรายไปเชียงใหม่ แต่ขบวนแห่มาถึงทางแยกที่จะไปนครลำปาง ช้างที่รับเสด็จพระแก้วมรกตวิ่งตื่นไปทางเมืองลำปาง แม้หมอควาญจะขู่เข็ญเล้าโลมประการใดก็ไม่ยอมไปทางเชียงใหม่ ในที่สุดพระเจ้าสามฝั่งแกนก็ต้องยอมให้อัญเชิญพระแก้วมรกต ประดิษฐานไว้ ณ วัด พระแก้วดอนเต้า ประทับอยู่วัดนี้เป็นเวลา 32 ปี ครั้นลุ พ.ศ.2011 พระเจ้าติโลกราช เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ จึงได้อัญเชิญพระแก้วมรกตไปเชียงใหม่

 วัดสุชาดารามสร้างขึ้นราว พ.ศ.2325-2352 เมื่อครั้งชาวเชียงแสนถูกกวาดต้อนมาตั้งชุมชนในเมืองเขลางค์ เพื่อระลึกถึงคุณงามความดีของนางสุชาดาหลังจากได้รับโทษประหารชีวิตด้วยความเข้าใจผิดและมาปรากฎความจริงในภายหลัง เชื่อกันว่าที่ตั้งของวัดแห่งนี้คือบ้านและไร่แตงโมของ เจ้าแม่สุชาดาในอดีต ต่อมาเมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2527 กระทรวงศึกษาธิการได้ดำเนินการรวมวัดสุชาดารามเข้ากับวัดพระแก้วดอนเต้า และเรียกวัดแห่งนี้ว่า วัดพระแก้วดอนเต้าสุชาดาราม

อุโบสถวัดสุชาดารามเป็นสถาปัตยกรรมแบบพื้นเมืองฝีมือช่างเชียงแสน มีลักษณะเป็นอาคารก่ออิฐถือปูน ประดับด้วยภาพจิตรกรรมลายไทยลงรักปิดทอง ภายในเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปปางมารวิชัยบนฐานชุกชี อุโบสถแห่งนี้ได้ทำการบูรณะเมื่อ พ.ศ.2465 พ.ศ.2503 และในปี พ.ศ.2550 เนื่องในโอกาสฉลองศิริราชสมบัติครบ 60 ปี

เหตุที่วัดนี้ได้ชื่อว่าวัดพระแก้วดอนเต้า มีตำนานกล่าวว่า นางสุชาดา ได้พบแก้วมรกตในแตงโม (หมากเต้า) และนำมาถวายพระเถระรูปนั้นจึงจ้างช่างให้นำมรกตนั้นไปแกะสลักเป็นพระพุทธรูปซึ่งก็คือ พระแก้วดอนเต้า ซึ่งต่อมาได้รับการอัญเชิญไปประดิษฐานที่วัดพระธาตุลำปางหลวงสาเหตุจากตำนานบอกว่า มีผู้ไปฟ้องเจ้าเมืองลำปางในขณะนั้นว่า พระเถระและนางสุชาดาเป็นชู้กัน เจ้าเมืองลำปางจึงให้จับนางสุชาดาไปประหารชีวิต ส่วนพระเถระองค์นั้นทราบข่าวก็ได้อัญเชิญพระพุทธรูปหนีไป โดยได้นำไปฝากไว้ที่วัดพระธาตุลำปางหลวงจนถึงปัจจุบัน ส่วนสถานที่ตั้งบ้านของนางสุชาดาก็ได้มีผู้มีจิตศรัทธาในคุณงามความดีของนาง บริจาคเงินสร้างวัดขึ้นชื่อวัดสุชาดาราม แต่มีบางสันนิษฐานบอกว่าเนื่องจากวัดพระแก้วดอนเต้า และ วัดสุชาดาราม นั้นร้างลง แต่บางที่ก็มีการสันนิษฐานเพิ่มว่า น่าจะเป็นเพราะย่านนี้เป็นสวนหมากเต้า และเป็นที่ดอน จึงชื่อพระธาตุว่า พระบรมธาตุดอนเต้า และชื่อวัดว่า วัดพระธาตุดอนเต้า และต่อมาเมื่อมีการประดิษฐานพระแก้วดอนเต้า จึงเปลี่ยนชื่อเป็น วัดพระแก้วดอนเต้าในปัจจุบัน

 

จุดสุดท้ายของทริปนั่งรถรางคือวัดประตู่ป่อง ถือเป็นวัดเก่าแก่วัดหนึ่งในประวัติศาสตร์ของเมืองลำปางซึ่งมีวิหารสถาปัตยกรรมแบบล้านนาขึ้นทะเบียนไว้เป็นโบราณสถาน  สร้างขึ้นเมือปี 2409 โดยเจ้าวรญาณรังสี ผู้ครองนครลำปาง ซึ่งภายในวัดจะได้ชมจิตรกรรมของผนังเป็นรูปป๋าเวณีสิบสองเดือน ซึ่งสวยงามวิจิตรมาก

จบทริปนั่งรถรางชมเมืองโบราณชุมชนท่ามะโอ  ด้วยความประทับใจ และชื่นชมในความเป็นเอกลักษณ์ของชุมชนแห่งนี้  คู่ควรกับการอนุรักษ์ไว้ซึ่งประวัติศาสตร์อันล่ำค่าและบอกตัวเองว่าจะกลับมาอีกครั้งเมื่อมีโอกาส มาซึมซับกับศิลปะความเป็นล้านนาที่น่าศึกษาและเรียนรู้เรื่องราวต่างๆ เพื่อบอกเล่าความเป็นมาของอดีตอันมีค่าที่ควรจดและจำไว้ในความทรงจำตลอดไป

 

บทความที่เกี่ยวข้อง

เล่าเรื่องเมืองเชียงราย

Comments are closed.

โปรโมชั่นพิเศษสำหรับนักท่องเที่ยว ส่วนลดที่พัก โปรโมชั่นที่พักสุดพิเศษ
 
Loading...