Homeสถานที่ป่า ธรรมชาติ › ตะลอนไปในเขาค้อ ตอน 3

ตะลอนไปในเขาค้อ ตอน 3


ดื่มกาแฟจิบธรรมชาติบนทางสาย 12

          ทางหลวงหมายเลข 12 ช่วงพิษณุโลก-หล่มสัก เป็นจุดชมวิวริมเขาแบบแจ่มๆ ที่สำคัญเส้นทางนี้เต็มไปด้วยร้านกาแฟน่ารักเก๋ไก๋ชนิดที่ต้องเตรียมเม็มโมรี่กล้องกับแบตเตอรี่ไว้ให้เต็มเชียวล่ะเพราะไม่เช่นนั้นมีหวังกดแช้ะ แช้ะ แช้ะ จนแบตหมด!BIG MAP แนะนำร้านสุดฮิตให้สามร้านไม่ควรพลาด ร้านแรกคือ Story Cup ข้างนอกน่ารักสไตล์บ้านการ์ตูนแต่ด้านในโมเดิร์นมีสไตล์สบายสุดๆ เน้นความโปร่งโล่งรับลมรับแดด มีมุมรีโทรย้อนยุคเก๋ๆ ต่อมาคือ ค้ออินเลิฟ ตั้งอยู่บนจุดสูงสุดของทางหลวงหมายเลข 12 ดังนั้นจึงเด็ดเรื่องวิวทิวทัศน์  ทั้งยังโดดเด่นด้วยการแต่งร้านสุดเท่สไตล์ฟาร์มเมืองนอก เก๋ไก๋จนต้องบอกว่า “น่ารักอ่ะ” แถมมีกิจกรรมให้อาหารน้องแกะสมกับบรรยากาศฟาร์มสีเขียว ปิดท้ายคือร้าน Route 12 ชื่อบอกเลยว่าอยู่บนถนนสาย 12 เปี่ยมด้วยกลิ่นอายตะวันตก เหมือนมานั่งพักบนร้านริมทางไฮไวย์เมืองนอก มุมถ่ายรูปเยอะแยะจนตาลาย ถ่ายไปถ่ายมาเผลอลืมกาแฟละลายหมดแก้วซะงั้น! แถมทิวทัศน์ยังสวยไม่แพ้ที่ใด รับรองว่าใครอยากได้รูปแนวๆ กลับไปอวดเพื่อนหรือลงเฟซบุ๊คให้เพื่อนกรี๊ด มาสามร้านนี้ได้ความอิจฉามาเต็มกระบุง!

ร้าน Story Cup ค้ออินเลิฟ และ Route 12 อยู่เรียงกันไปตามทางหลวงหมายเลข 12 มุ่งหน้าสู่จังหวัดพิษณุโลก ห่างจากแยกแคมป์สน (ทางหลวงหมายเลข 2196) ประมาณ 3 กิโลเมตร สอบถามเพิ่มเติม Story Cup Tel. 08-1933-6859 ค้ออินเลิฟ Tel. 08-7067-8979 และ Route 12 Tel. 08-7841-9566

ร้านกาแฟ บนทางหลวงหมายเลข 12 ช่วงพิษณุโลก-หล่มสัก

ร้านกาแฟ บนทางหลวงหมายเลข 12 ช่วงพิษณุโลก-หล่มสัก

ร้านกาแฟ บนทางหลวงหมายเลข 12 ช่วงพิษณุโลก-หล่มสัก

ร้านกาแฟ บนทางหลวงหมายเลข 12 ช่วงพิษณุโลก-หล่มสัก

ร้านกาแฟ บนทางหลวงหมายเลข 12 ช่วงพิษณุโลก-หล่มสัก

ร้านกาแฟ บนทางหลวงหมายเลข 12 ช่วงพิษณุโลก-หล่มสัก

ผาซ่อนแก้ว หลงรักวิวริมผา

          ริมถนนใหญ่วิวสวย ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวอุทยานแห่งชาติเขาค้อ (ผาซ่อนแก้ว) หรือหน่วยพิทักษ์ฯ ที่ ขค.2 ตระเตรียมที่ทางเชิญชวนให้คุณมาเยือน ที่นี่อาจเป็นหน่วยพิทักษ์ฯ เล็กๆ แต่มีสิ่งที่คุณต้องการสำหรับเตรียมเดินทางต่อไว้พร้อม ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลท่องเที่ยว ห้องน้ำสะอาดสะอ้าน ร้านสวัสดิการอุทยานฯ ร้านกาแฟขนาดย่อม รวมถึงจุดชมวิวริมผาซ่อนแก้วมองเห็นทิวเขาเขียวขจีชื่นใจสุดแสน นอกจากนี้ยังเห็นวัดพระธาตุผาซ่อนแก้วโดดเด่นอยู่บนภูเขาสูง จุดชมวิวที่นี่จัดทำอย่างดี มีศาลา มีเก้าอี้ มีโต๊ะนั่งกันสบาย มีสวนหย่อมให้เดินเล่นถ่ายรูปสดชื่นสดใส เป็นจุดพักรถอันเหมาะเจาะไปเสียทุกอย่าง แล้วเขาเปิดบริการให้นักท่องเที่ยวมากางเต็นท์นอนด้วยนะ

ตั้งอยู่ริมทางหลวงหมายเลข 12 ประมาณ กม. 336 ฝั่งขาเข้าอำเภอหล่มสัก

ผาซ่อนแก้ว

ผาซ่อนแก้ว

ผาซ่อนแก้ว

ผาซ่อนแก้ว

ผาซ่อนแก้ว

ผาซ่อนแก้ว

ผาซ่อนแก้ว

ผาซ่อนแก้ว

สวนริมทางราชมังคลากีฬาภิเษก

          อีกหนึ่งจุดชมวิวริมทางหลวงซึ่งอยู่ในความดูแลของอุทยานแห่งชาติเขาค้อ บอกตรงๆ ว่าดูยังไงก็ไม่เหมือนพื้นที่อุทยานฯ สักนิด! มองเผินๆ นึกว่าเป็นตลาดนัดขายของเสียมากกว่า แหมคนแวะมาที่นี่เพื่อมาจับจ่ายซื้อของฝากติดไม้ติดมือกลับไปให้คนไม่ได้มาเที่ยวด้วยกันทั้งนั้นแหละ จุดชมวิวสวนริมทางราชมังคลากีฬาภิเษกนี้จัดทำเป็นสวนหย่อมเล็กๆ สำหรับการพักเครื่องพักรถ มีจุดชมวิวผืนป่าสีเขียวขจีบนภูเขาซึ่งลดหลั่นไล่ระดับกันสวยงามสดชื่น ทิวทัศน์ตรงนี้เห็นเขาน้ำก้อใหญ่กับผาดำ สำหรับของซื้อของขายริมทางมีเพียบแบบไม่ต้องบรรยายให้มากความ พืช ผัก ผลไม้ ของที่ระลึก เสื้อผ้าลวดลายเขาค้อ และพลาดไม่ได้เลยคือ… มะขาวหวานยังไงล่ะ

ตั้งอยู่ริมทางหลวงหมายเลข 12 ประมาณ กม. 339 ฝั่งขาเข้าอำเภอหล่มสัก

จุดชมวิวรัชมังคลา

จุดชมวิวรัชมังคลา

จุดชมวิวรัชมังคลา

จุดชมวิวรัชมังคลา

สวนริมทางราชมังคลากีฬาภิเษก

สวนริมทางราชมังคลากีฬาภิเษก

สวนริมทางราชมังคลากีฬาภิเษก

สวนริมทางราชมังคลากีฬาภิเษก

 

ศึกษาพรรณพืช สวนรุกชาติเมืองราด

         “หน้าที่ของสวนรุกขชาติคือการรักษาพันธุ์ไม้ท้องถิ่นและกระจายพันธุ์ไม้กลับคืนสู่ธรรมชาติ” เจ้าหน้าที่ของสวนรุกขชาติเมืองราดอธิบาย ปัจจุบันสวนรุกชาติอยู่ในสังกัดกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพรรณพืช สำหรับที่นี่แม้เป็นสวนรุกขชาติขนาดเล็ก มีพื้นที่แค่ราว 40 ไร่ แถมตั้งอยู่กลางเมืองใหญ่ ห้อมล้อมด้วยถนน รถรา และผู้คน แต่ปฏิบัติภารกิจประสบผลสำเร็จน่าปรบมือให้ ไม่เพียงอนุรักษ์พันธุ์ไม้ประจำถิ่นให้คงอยู่ทว่ายังแจกจ่ายพันธุ์ไม้ต่างๆ ออกสู่ชุมชนมากมาย เขายังมีโครงการเด็ดคือการคืนกล้วยไม้สู่ไพรพฤกษ์ ช่วงสองปีของการดำเนินงานที่ผ่านมานำกล้วยไม้หลากหลายสกุลคืนธรรมชาติเกือบ 600 ต้น และคาดว่าจะเพิ่มปริมาณเป็นเท่าตัวเรื่อยๆ ในอนาคต บรรยากาศของสวนรุกชาติร่มรื่นสดชื่นด้วยความเขียวขจีเหมือนเดินเล่นในป่ากลางเมือง มีทางเดินศึกษาธรรมชาติชมพืชตระกูลต่างๆ นักท่องเที่ยวและประชาชนไม่ค่อยให้ความสนใจนัก แต่กับโรงเรียน มหาวิทยาลัย หรือสถานศึกษา เขาใช้ประโยชน์หาความรู้แบบทั้งกลุ่มเล็กและหมู่คณะอยู่เสมอ ตอนนี้ทางสวนกำลังดำเนินการเรื่องกิจกรรมดูแมลง อาทิ ผีเสื้อพันธุ์ต่างๆ ด้วง จักจั่น เพิ่มความน่าสนใจในการมาเยี่ยมชม

อยู่บริเวณสี่แยกพ่อขุนผาเมืองฝั่งทางหลวงหมายเลข 21 ขาเข้าตัวเมืองเพชรบูรณ์ ตรงข้ามอนุสาวรีย์พ่อขุนผาเมือง เปิดทุกวัน 8.00-16.30 น. ไม่มีค่าเข้าชม สอบถามเพิ่มเติม Tel. 0-5691-2493

สวนรุกชาติเมืองราด

สวนรุกชาติเมืองราด

สวนรุกชาติเมืองราด

สวนรุกชาติเมืองราด

สวนรุกชาติเมืองราด

สวนรุกชาติเมืองราด

สวนรุกชาติเมืองราด

สวนรุกชาติเมืองราด

สวนรุกชาติเมืองราด

สวนรุกชาติเมืองราด

สวนรุกชาติเมืองราด

สวนรุกชาติเมืองราด

อนุสรณ์พ่อขุนผาเมือง บรรพกษัตริย์เมืองเพชรบูรณ์

          เมืองราด… เมืองของพ่อขุนผาเมือง หนึ่งในปฐมกษัตริย์ผู้มีบทบาทสำคัญต่อการสร้างกรุงสุโขทัยเมื่อหลายร้อยปีก่อน และเพชรบูรณ์คือเมืองราดในอดีต ดังนั้นพ่อขุนผาเมืองจึงเป็นผู้ซึ่งชาวบ้านให้ความเคารพศรัทธา เขามีอนุสาวรีย์พ่อขุนผาเมืองให้ประชาชนแวะเวียนมากราบไหว้โดยตั้งอยู่บริเวณสี่แยกพ่อขุนผาเมืองซึ่งเป็นช่วงตัดกันของทางหลวงหมายเลข 12 กับทางหลวงหมายเลข 21 พร้อมกับการจัดทำสวนสาธารณะขนาดย่อมให้ผู้คนใช้เป็นพื้นที่พักผ่อนหย่อนใจ ทุกวันจะมีผู้มาสักการะพ่อขุนผาเมืองมิเคยขาด ขณะเดียวกันยังมีกิจกรรมประจำปีคือ “งานเส็งกลอง ล่องโคมไฟ ไหว้พ่อขุนผาเมือง” เพื่อเคารพสักการะและเผยแพร่ประวัติของพระองค์ ระหว่างวันที่ 29 ธันวาคม ถึง 2 มกราคม ตลอด 5 วัน 5 คืน นับเป็นงานใหญ่ของชาวหล่มสักเลยเชียวล่ะ

อยู่ตรงสี่แยกพ่อขุนผาเมือง ทางตัดกันของทางหลวงหมายเลข 12 และ 21

อนุสรณ์พ่อขุนผาเมือง

อนุสรณ์พ่อขุนผาเมือง

อนุสรณ์พ่อขุนผาเมือง

อนุสรณ์พ่อขุนผาเมือง

อนุสรณ์พ่อขุนผาเมือง

อนุสรณ์พ่อขุนผาเมือง

อนุสรณ์พ่อขุนผาเมือง

อนุสรณ์พ่อขุนผาเมือง

หลักเมืองหล่มเก่า อนุสรณ์ของจอมพล ป.

เพชรบูรณ์มีหลักเมืองสองแห่ง หนึ่งคือในตัวเมือง และสองอยู่ที่นี่ซึ่งเรียกกันติดปากว่าหลักเมืองหล่มเก่า หรือชื่อเป็นทางการคือศาลหลักเมืองนครบาลเพชรบูรณ์ (ส่วนที่ตัวจังหวัดคือศาลเจ้าพ่อหลักเมืองเพชรบูรณ์) เป็นหลักเมืองที่ จอมพล ป.พิบูลสงคราม สมัยดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีสั่งให้สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2487 ในช่วงท้ายของสงครามโลกครั้งที่ 2 เพราะมีแนวคิดย้ายเมืองหลวงจากกรุงเทพมาอยู่ที่เพชรบูรณ์ ความเจริญทุกอย่างจึงถาโถมเข้าสู่ที่นี่มากมายรวดเร็ว แม้ท้ายที่สุดสภาผู้แทนราษฎรมีมติไม่เห็นด้วยแต่ชาวเมืองเพชรบูรณ์ยังจัดสร้างอนุสรณ์จอมพล ป. ขึ้นที่หลักเมืองแห่งนี้เพื่อรำลึกว่าท่านนำความเจริญมาให้มหาศาลเพียงใด โดยวันที่ 23 เมษายน ของทุกปีจะมีพิธีวางพวงมาลาบวงสรวงอนุสาวรีย์

ตั้งอยู่บนทางหลวงหมายเลข 2215 โดยหากเดินทางจากทางหลวงหมายเลข 21 ให้เลี้ยวเข้ามาตรงแยกบ้านบุ่งน้ำเต้าประมาณ 100 เมตร

หลักเมืองหล่มเก่า อนุสรณ์ของจอมพล ป.

หลักเมืองหล่มเก่า อนุสรณ์ของจอมพล ป.

หลักเมืองหล่มเก่า อนุสรณ์ของจอมพล ป.

หลักเมืองหล่มเก่า อนุสรณ์ของจอมพล ป.

หลักเมืองหล่มเก่า อนุสรณ์ของจอมพล ป.

หลักเมืองหล่มเก่า อนุสรณ์ของจอมพล ป.

หลักเมืองหล่มเก่า อนุสรณ์ของจอมพล ป.

หลักเมืองหล่มเก่า อนุสรณ์ของจอมพล ป.

 

อดีตพระคลังลับ ถ้ำฤๅษีสมบัติ

          อีกหนึ่งสถานที่ซึ่งเกี่ยวโยงกับการย้ายเมืองหลวงจากกรุงเทพมายังเพชรบูรณ์ เพราะเป็นที่จัดตั้งกระทรวงการคลัง โดย จอมพล ป. พิบูลสงคราม สั่งการให้ขนย้ายพระคลังสมบัติ ทรัพย์สินของชาติ มาเก็บไว้ภายในถ้ำแห่งนี้ มีการสร้างป้อมสังเกตการณ์ไว้ที่ปากถ้ำ รวมทั้งสร้างฐานยิงปืนกล ซึ่งยังคงหลงเหลือซากปรักหักพังให้เห็น ปัจจุบันภายในถ้ำเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปมากมายใช้เป็นสถานปฏิบัติธรรม บริเวณใกล้กันยังมีโถงถ้ำอีกเพียบ รวมถึง ถ้ำเศียรพระ และถ้ำตายายอันเป็นจุดชมวิวท้องนาในมุมสูงอันสวยงาม แต่นอกจากถ้ำฤๅษีสมบัติซึ่งเที่ยวได้เอง การเที่ยวถ้ำอื่นๆ ควรติดต่อชาวบ้านท้องถิ่นนำทาง และแม้ถ้ำฤๅษีสมบัติกับพื้นที่ละแวกนี้จะเป็นเขตอุทยานแห่งชาติเขาค้อ แต่ปล่อยให้ทางสำนักสงฆ์เป็นผู้ดูแล

อยู่ปลายทางหลวงหมายเลข 2001 โดยแยกเข้ามาจากทางหลวงหมายเลข 21 ประมาณ 4 กิโลเมตร ตามป้ายถ้ำสมบัติและเขาถ้ำพระ ไม่มีกำหนดเวลาปิด-ปิด ภายในถ้ำมีไฟฟ้าแต่ต้องติดต่อกับทางสำนักสงฆ์เสียก่อน

ถ้ำฤๅษีสมบัติ

ถ้ำฤๅษีสมบัติ

ถ้ำฤๅษีสมบัติ

ถ้ำฤๅษีสมบัติ

ถ้ำฤๅษีสมบัติ

ถ้ำฤๅษีสมบัติ

เพชรบูรณ์… เมืองหลวงประเทศไทย?

          ไม่ต้องตกใจ นี่คือเรื่องจริงอย่างที่สุด ครั้งหนึ่งเพชรบูรณ์เกือบกลายเป็นเมืองหลวงของประเทศไทย หากไม่เพราะการลงมติในสภาผู้แทนราษฎรปรากฏว่าฝ่ายรัฐบาลของ จอมพล ป. พิบูลสงคราม พ่ายแพ้แก่ฝ่ายค้าน เหตุที่จอมพล ป. คิดย้ายเหมืองหวงจากกรุงเทพมายังเพชรบูรณ์ เพราะผลจากสงครามโลกครั้งที่ 2 อย่างที่เรารู้กันดีว่าประเทศไทยให้ความร่วมมือกับญี่ปุ่น (โดยมีขบวนการเสรีไทยคัดค้านอยู่ใต้ดินคอยช่วยเหลือฝ่ายสัมพันธมิตร) ดังนั้นเมื่อญี่ปุ่นใกล้แพ้สงคราม ไทยเราจึงต้องแพ้สงครามด้วย กรุงเทพถูกฝ่ายสัมพันธมิตรทิ้งระเบิดอย่างหนัก จอมพล ป. จึงมีแผนโยกเมืองหลวงไปไว้ที่เพชรบูรณ์เพราะเห็นว่ามีชัยภูมิที่ดีปิดล้อมด้วยภูเขายากที่ฝ่ายสัมพันธมิตรจะบอมบ์เราให้ราบคาบ การดำเนินงานเริ่มต้นอย่างจริงจังเมื่อปี พ.ศ. 2486 มีการจัดตั้งนครบาลเพชรบูรณ์ สร้างส่วนราชการต่างๆ มาที่นี่ เกณฑ์ผู้คนมาสร้างถนนหนทาง อพยพราษฎรมาทำกินเพื่อเพิ่มจำนวนพลเรือนและกำลังพล แต่งตั้งให้ พล.ต.พระอุดมโยธายุทธ (อุดมโยธา รัตนวดี) เป็นผู้อำนวยการสร้างเมืองหลวงใหม่ ต่อมาก็แต่งตั้ง พ.อ.ช่วง เชวงศักดิ์สงคราม เป็นรองนายกฯ ดูแลกิจการที่เพชรบูรณ์แทนนายกฯ กระทั่งวันที่ 20 กรกฎาคม 2487 รัฐบาลจึงเสนอพระราชกำหนดระเบียบราชการบริหารนครบาลเพชรบูรณ์ พ.ศ. 2487 ต่อสภาผู้แทนราษฎรเพื่ออนุมัติเป็นพระราชบัญญัติให้มีผลดำเนินการตลอดไป หรือหมายถึงการย้ายเมืองหลวงอย่างถาวร แต่สภาผู้แทนราษฎรลงมติไม่อนุมัติด้วยคะแนนเสียง 48 ต่อ 36

เพชรบูรณ์... เมืองหลวงประเทศไทย?

เพชรบูรณ์… เมืองหลวงประเทศไทย?

 อ่านต่อ…  ตอน 1   ตอน 2   ตอน 3

บทความที่เกี่ยวข้อง

Comments are closed.

โปรโมชั่นพิเศษสำหรับนักท่องเที่ยว ส่วนลดที่พัก โปรโมชั่นที่พักสุดพิเศษ
Loading...