HomeBlogger › ชีพจรลงล้อ By นุก จิราณี ตอนที่ 1

ชีพจรลงล้อ By นุก จิราณี ตอนที่ 1


ชีพจรลงล้อ By นุก จิราณี ตอนที่ 1

IMG_5799

สวัสดีคุณผู้อ่านค่ะ ฉบับนี้พบกันอีกครั้งกับชีพจรลงล้อ @ เที่ยวภาคกลาง ในช่วงนี้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ภูมิภาคภาคกลาง ได้เปิดตัวโครางการ Drive to ride by ชีพจรลงล้อ @ เที่ยวภาคกลาง ตอนนางฟ้าพาปั่น เพื่อเชิญชวนนักท่องเที่ยวและนักปั่นจักรยาน ขับรถไปปั่นจักรยานในพื้นที่ภาคกลาง กับ 13 เส้นทางปั่น โดยนำเสนอเส้นทางน่าปั่น 4 เส้นทาง ผ่าน VTR ซึ่งนางฟ้านักปั่น 4 ท่าน คือ น้องเอ๋ พรรณษร ปัทมาภินันท์ น้องอุ๊ นริศศรา อินทวงษา น้องสอง รวิรัฐ ศรีโสภา และน้องปูนิ่ม ธานัท วชิระอภิญา พาไปปั่นในแหล่งท่องเที่ยวสวยๆ ในภาคกลาง ได้แก่ สวนผึ้ง อยุธยา อัมพวา และกรุงเทพมหานคร สนใจรายละเอียดเส้นทาง และรับชม VTR ติดตามได้ทาง www.tiewpakklang.com และ FB page : TAT_Tiewpakklang
สำหรับฉบับนี้จะพาท่านผู้อ่านไปปั่นเที่ยวเมืองเพชรบุรีกับ Cycling Plus ค่ะ

การมาเมืองเพชรในครั้งนี้ เราดึงกิจกรรมดีๆของ Cycling Plus มาลงในภาคกลาง ที่เมืองเพชรบุรี ซึ่งขายแพคเกจจ์เป็นลักษณะขับรถมาปั่นจักรยานท่องเที่ยวในเมืองเพชรบุรี

เราจะออกสำรวจเส้นทางที่มีอยู่ในชีพจรลงล้อ @ เที่ยวภาคกลาง เริ่มจากวังบ้านปืน (พระรามราชนิเวศน์) ไปวัดมหาธาตุ จากวัดมหาธาตุไปเขาวัง เราเริ่มมองว่า เพชรบุรีมีอะไรดีๆมากมาย ถ้าจะทำกิจกรรมในกลุ่มนักปั่น 150 คน เราอยากเน้นปั่นเพื่อเรียนรู้ ซึ่งในปีนี้ ททท. ให้ความสำคัญกับการท่องเที่ยวในชุมชน และมองว่าชุมชนวัดเกาะเป็นชุมชนที่น่าสนใจของจังหวัดเพชรบุรี วันนี้เรา 5 คน นุก พี่ฟู กิ๊ฟท์ จาก ททท. และ ไกด์ น้ำโอ๊ต จาก Cycling Plus ก็เริ่มปฏิบัติการ เราปั่นท่ามกลางความร้อนไปตามจุดต่างๆ อาทิ วัดเกาะแก้วสุทธาวาส เพราะได้รับการกล่าวถึงว่าในอุโบสถของวัดนี้มีจิตรกรรมฝาผนังสมัยอยุธยาตอนต้นที่สมบูรณ์มาก มีใบเสมาคู่รายล้อมอุโบสถ และแถวนั้นมีร้านทำขนมอาลัวโบราณ เราเดินทางมาถึง และได้พบพี่แก้วหัวหน้าชุมชนวัดเกาะโดยบังเอิญ พี่แก้วพาชมอุโบสถ ศาลาการเปรียญที่มีหน้าต่างลายฉลุ ฝีมือช่างเมืองเพชรที่สวยงาม หน้าต่างแต่ละบานลายไม่เหมือนกันเลย และเราก็ได้ทราบว่าที่วัดนี้ เป็นศูนย์รวมช่างทำเมรุลอย 5 ยอด 9 ยอด ซึ่งเหลือไม่กี่เจ้าในเมืองเพชรแล้ว ค่าเช่าไปใช้งานต่อครั้งราคาไม่ต่ำกว่า 200,000 บาท มีแค่สองจังหวัดที่ทำเมรุลอย คือ เพชรบุรี และอยุธยา ศิลปะสวยงามไม่เหมือนกัน ควรค่าแก่การสืบทอดค่ะ

IMG_5798 IMG_5791 IMG_5763 IMG_3014

จากหลักฐานโบราณวัตถุสถานที่พบใน วัดเกาะ สันนิษฐานได้ว่า คงสร้างขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลายสถาปัตยกรรมสำคัญของวัด ได้แก่ พระอุโบสถ ภายในมีภาพจิตรกรรมฝาผนังเขียนด้วยสีฝุ่นผสมกาว ผนังด้านหน้าพระอุโบสถเป็นภาพจักรวาลตามคติโบราณ ส่วนผนังด้านหลังเป็นภาพพุทธประวัติตอนมารผจญ ผนังด้านทิศใต้เป็นภาพพุทธประวัติตอนสำคัญที่เกิดขึ้น ณ สถานที่สำคัญ 8 แห่ง เรียกว่า “อัฏฐมหาสถาน” แทรกอยู่ระหว่างภาพเจดีย์ใต้ภาพฉัตร
ส่วนผนังด้านทิศเหนือ เป็นภาพแสดงสถานที่สำคัญที่พระพุทธเจ้าเสด็จประทับหลังตรัสรู้แล้ว ๗ แห่ง เรียกว่า “สัตตมหาสถาน” แทรกอยู่ระหว่างภาพเจดีย์ใต้ภาพฉัตรเช่นเดียวกัน เหนือขึ้นไปเป็นภาพนักสิทธิ์วิทยาธร และคนธรรพ์ ที่มีลักษณะเป็นตัวแทนของชนชาติต่างๆ และมีอักษรจารึกระบุ พ.ศ.2277 บอกเวลาที่เขียนภาพจิตรกรรมนี้ ซึ่งตรงกับสมัยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ (พ.ศ.2275–2301)

ในชุมชนวัดเกาะ หากลองมองบ้านเก่าในมุมสถาปัตยกรรม อาจแบ่งได้เป็น 3 กลุ่มใหญ่ๆ คือ 1) บ้านไม้ทรงไทยอายุ 100 ปี 2) บ้านไม้สมัยรัชกาลที่ 6-7 และ 3) บ้านตึกสมัยรัชกาลที่ 7-8 ซึ่งดึงดูดผู้คนให้หาคำตอบถึงที่มาและแนวคิดการสร้างบ้านในยุคนั้น และส่วนที่ขาดไม่ได้ คือ การพูดคุยกับเจ้าของบ้าน ที่มักจะออกมาต้อนรับผู้มาเยือนด้วยตัวเอง ทำขนมให้ดู ชวนชิม หรือชวนให้รู้จักเครื่องใช้ไม้สอยโบราณ บางคนซึ่งเป็นลูกหลานของตระกูลคอยพาชมแต่ละส่วนของบ้านแล้วรำลึกความหลังให้เห็นวิถีชีวิตเดิมที่เคยอยู่ผ่านคำบอกเล่าจากต้นตระกูลสืบต่อกันมา ผู้มาเยือนจึงประติดประต่อภาพอดีตที่เปลี่ยนแปลงมาสู่ปัจจุบันที่เห็นตรงหน้าและเข้าถึงกลิ่นอายความเป็นชุมชนเดิมได้จากกิจกรรม นั่นเองที่ทำให้การเดินชุมชนคนหัวถนนวัดเกาะจนถึงท้ายซอยมีสีสันอย่างยิ่ง เพราะการสัมผัส “ความเป็นบ้าน” จะลุ่มลึกกว่าการมองเพียงผ่านเลย และช่วยให้เห็นชีวิตชีวาและความสัมพันธ์ที่เชื่อมโยงกันทั้งชุมชนได้ง่ายขึ้น

“เมื่อก่อนนี้ ตอนตาเป็นเด็ก เคยไปแอบนอนที่ห้องใต้ดินบ่อย มันเย็นและนอนสบาย ลองดูสิ (ชี้ที่ทางลงไปใต้ดินของบ้าน) งานปูนทั้งนั้น ไม่มีน้ำซึมเลย ช่างสมัยก่อนเก่งมาก มีฝีมือมาก” คุณตาอ๊อด ทายาทรุ่นที่ 3 ของบ้านหมื่นศุขประสารราษฎร์ พาคณะเดินดูเรือนแถวไม้แบบจีน กับห้องเก็บของใต้ดิน ที่มียุ้งฉางขนาดใหญ่ไว้เก็บข้าวและสินค้าอื่นๆ ทำให้เห็นอดีตของความรุ่งเรืองด้านการค้าบนถนนสายนี้ (ข้อมูลจาก อาศรมศิลป์)

IMG_5802

เราเดินจากวัดเกาะแก้วสุทธาวาสไปตรงแยกหัวถนน ตรงนั้นมีบ้านเก่าชื่อบ้านวาดเวียงไชย สวยงามมากค่ะ สร้างในปี 2479 เป็นบ้านคหบดีในสมัยนั้นที่ทำโรงสีข้าว ปัจจุบันเป็นสมบัติของพี่ศฤงคาร ทายาทของตระกูลวาดเวียงไชย เราเดินต่อมาที่ศาลเจ้า และห้องแถวเก่าแก่ริมถนน ซึ่งเป็นบ้านของกรมหมื่นท่านหนึ่ง 1 ใน 3 ตระกูลที่ร่ำรวยในสมัยก่อนของชุมชนนี้ ชมความวินเทจที่ยังมีให้สัมผัส และเดินต่อไปที่ร้านทำทองของพี่แขก ทองทำจากมือ ฝีมือสกุลช่างเมืองเพชรแท้ๆ พี่แขกเอาทองออกมาให้ดูแบบไม่หวงของเลย ไม่ธรรมดาค่ะ กรรมวิธีไม่ง่ายกว่าจะได้แต่ละชิ้น เสียดายที่จะไม่มีใครสืบทอด….. จากร้านพี่แขก เราไปร้านทำขนมอาลัวโบราณแม่ปราณี อยู่ในซอยเล็กๆ เป็นบ้านทรงไทยใต้ถุนสูง กลิ่นอบอวลของขนมอาลัว และข้าวตูโชยมาแต่ไกล อาลัวโบราณทำไม่ง่ายค่ะ หยอด ตาก อบ ใช้เวลา 3 วัน ปัจจุบันทำขายไม่ทัน จำได้ลางๆว่า เคยมาเมื่อหลายสิบปีที่แล้ว เพราะจำตะลิงปิงตากแห้งของที่นี่ได้ ไม่มีใครทำหรือมีก็น้อยมาก ทั้งหมดทั้งมวลที่เข้านอกออกในทุกที่ได้สะดวก เพราะพี่แก้วค่ะ ขอบคุณพี่แก้ว หัวหน้าชุมชนวัดเกาะอีกครั้ง

หวังว่าการเดินทางของเรา จะเรียกความสนใจให้ทุกท่านได้ออกเดินทางท่องเที่ยวเมืองเพชรบุรีกันค่ะ แล้วพบกันใหม่ฉบับหน้า.. สวัสดีค่ะ

บทความที่เกี่ยวข้อง

เล่าเรื่องเมืองเชียงราย

Comments are closed.

โปรโมชั่นพิเศษสำหรับนักท่องเที่ยว ส่วนลดที่พัก โปรโมชั่นที่พักสุดพิเศษ
 
Loading...