Homeตะวันออกเฉียงเหนือ › ชัยภูมิสีเขียว บนเส้นทางเชื่อมต่อจากนครราชสีมา

ชัยภูมิสีเขียว บนเส้นทางเชื่อมต่อจากนครราชสีมา


ชัยภูมิสีเขียว บนเส้นทางเชื่อมต่อจากนครราชสีมา

ชัยภูมิสีเขียว บนเส้นทางเชื่อมต่อจากนครราชสีมา

ชัยภูมิสีเขียว บนเส้นทางเชื่อมต่อจากนครราชสีมา

“อีสานแห้งแล้งมานาน นับหลายหลายปี นะพี่นะน้อง นี่ไม่ใช่เรื่องโกหก” เสียงเพลงของน้าแอ๊ด คาราบาว ในเพลงบิ๊กเสี่ยว ยังคงดังกึกก้องในรูหูแม้จะผ่านมานานเกือบสามทศวรรษ จนในอดีตต้องมีโครงการอีสานเขียวเพื่อพลิกฟื้นแผ่นดินสีแดงอันแห้งแล้งแตกระแหงให้กลับมามีชีวิตชีวา แต่ถึงอย่างนั้นความจริงในเพลงของน้าแอ๊ดแกก็ไม่ได้ถูกเสียทั้งหมด เพราะอีสานส่วนใหญ่แห้งแล้งก็จริง แต่มีอีกหลายพื้นที่ซึ่งสมบูรณ์ด้วยป่าไม้จนคุณไม่อยากจะเชื่อเชียวล่ะ และหนึ่งในนั้นคือชัยภูมิ ประตูสู่ภาคอีสานตอนกลางนั่นเอง

เทียบแผนที่เฉพาะภาคอีสาน ชัยภูมิอยู่อีสานทิศตะวันตก มีอาณาเขตติดต่อกับภาคกลางอย่าง ลพบุรี และเพชรบูรณ์ เป็นจังหวัดซึ่งมีพื้นทีป่าครอบคลุมมากกว่า 20 เปอร์เซ็นต์ มีอุทยานแห่งชาติถึงสี่แห่ง คือ ป่าหินงาม ไทรทอง ภูแลนคา และตาดโตน ยังไม่รวมกับ 1 เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าคือที่ ภูเขียว-ทุ่งกะมัง จัดเป็นจังหวัดน้ำตกสวย ผาหินงดงาม มีธรรมชาติที่ค่อนข้างสมบูรณ์ในหลายจุด

จุดเด่นเรื่องสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่ได้รับความนิยมในทุกปีคือ “ทุ่งดอกกระเจียว” หรือบัวสวรรค์ ภายในอุทยานแห่งชาติ ป่าหินงาม และไทรทอง เป็นดอกกระเจียวต่างชนิดพันธุ์กัน ความสวยแตกต่าง บรรยากาศการเที่ยวก็แตกต่าง แต่ที่เหมือนกันคือพวกมันชอบน้ำฝนและจะผลิบานส่งสีชมพูเปล่งปลั่งเฉพาะในฤดูฝน หรือประมาณเดือนกรกฎาคม-สิงหาคมเท่านั้น เป็นเทศกาลซึ่งไม่ใช่เพียงแค่นักท่องเที่ยวรอคอย แต่ชาวชัยภูมิก็รอคอยอย่างมาก เพราะเป็นเวลาที่นักท่องเที่ยวจะแห่แหนมาเยือนชัยภูมิมากที่สุดในรอบปี

แม้ปกตินักท่องเที่ยวจะเดินทางไปเยือนชัยภูมิแบบเที่ยวจังหวัดเดียวโดยเฉพาะ แต่ความจริงหากจะท่องเที่ยวด้วยเส้นทางเชื่อมต่อระหว่างจังหวัดนครราชสีมา-ชัยภูมิ ก็ไม่ยากเลย ด้วยถนนหนทางค่อนข้างสะดวก โดยเฉพาะทางหลวงหมายเลข 201 ซึ่งตัดแยกมาจากทางหลวงหมายเลข 2 หรือถนนมิตรภาพ ที่อำเภอสีคิ้ว นครราชสีมา ผ่านอำเภอด่านขุนทด ที่ตั้งของวัดบ้านไร่ จนเข้าสู่เขตจังหวัดชัยภูมิ ไปยังตัวเมือง โดยถนนสายนี้จะไปสุดที่อำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย ปลายชายแดนน้ำโขง ไทย-ลาว โน่นแน่ะ และหากวัดระยะทางจากวัดบ้านไร่ ด่านขุนทด ไปถึงอุทยานแห่งชาติป่าหินงาม ก็แค่ราว 80 กิโลเมตร เท่านั้นเอง
แล้วมีอะไรให้เที่ยวที่อุทยานแห่งชาติป่าหินงามที่เหมาะกับการคุ้มค่าขับรถไป ขอบอกว่าคุ้มยิ่งกว่าคุ้มเสียอีก โดยเฉพาะหากคุณไปในฤดูกาลดอกกระเจียวบานจะยิ่งคุ้มเป็นดับเบิ้ล เพราะเดินบนเส้นทางดอกกระเจียวท่ามกลางสายหมอกขาวยามเช้าที่นี่เป็นเวลาช่างโรแมนติกและสดชื่นจนเอาอะไรมาแลกก็ไม่ยอม

รู้หรือเปล่าว่าต้นกระเจียวที่เราเรียกกันติดปาก เป็นพืชล้มลุก มีเหง้าอยู่ในดินตระกูลเดียวกับขิงหรือข่า เป็นพืชชอบน้ำ ในช่วงฤดูหนาวและร้อนจะพักตัวอยู่ใต้ดิน พอฝนเริ่มชุกเมื่อไหร่จึงเริ่มเบ่งบาน แต่ว่าดอกสีชมพูสวยสดที่เราเห็นนั้นแท้จริงไม่ใช่ดอกของมันนะ ตามหลักแล้วมันเป็นเพียงใบประดับสีสวยดึงดูดเท่านั้น ไม่สามารถแพร่พันธุ์อะไรได้เลย ดอกแท้จริงซึ่งมีหน้าที่สืบพันธุ์นั้นเป็นดอกเล็กๆ ที่ซ่อนตัวอยู่ในใบประดับสีสวยนั่นแหละ ลองสังเกตสักนิดจะพบเห็นไม่ยาก
แต่หากไม่ได้ไปเที่ยวอุทยานแห่งชาติป่าหินงามในช่วงดอกกระเจียวบานล่ะ? นั่นก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่อะไร หนำซ้ำอาจเป็นเรื่องดีด้วยซ้ำที่คุณจะได้สัมผัสกับอุทยานแห่งชาติซึ่งเปรียบเสมือนรอยต่อระหว่างป่าภาคอีสานกับป่าภาคกลาง (เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าซับลังกา จังหวัดลพบุรี) ได้อย่างสงบเงียบ และไม่มีขบวนนักท่องเที่ยวมารบกวนอีกด้วย

อุทยานป่าหินงามตั้งอยู่บนเทือกเขาพังเหย เป็นพรมแดนกั้นระหว่างภาคกลางกับภาคอีสาน นอกจากทุ่งดอกกระเจียวแล้วในอุทยานมีสถานที่เที่ยวน่าสนใจอีกหลายแห่ง ที่เป็นไฮไลท์และผู้คนแทบไม่เคยพลาดคือบริเวณผาสุดแผ่นดิน ซึ่งเปรียบเสมือนแผ่นดินปลายภาคอีสานทิศตะวันตกนั่นไง มองลงไปผืนป่าข้างล่างนั่นคือป่าซับลังกา จังหวัดลพบุรี เขียวขจี

อีกหนึ่งจุดน่าสนใจของอุทยานเป็นที่มาของชื่อคือคำว่า “ป่าหินงาม” สามารถขับรถยนต์เข้าไปถึงปากทางเดินศึกษาธรรมชาติเช่นกัน บริเวณนี้มีพื้นที่ประมาณ 10 ไร่ เป็นลานหินทรายสีขาวซึ่งมีรูปร่างที่ดูแปลกตาจากการกัดเซาะของทั้งพลังลมพลังฝนมาอย่างยาวนานหลายแสนหลายล้านปี ซึ่งเราจินตนาการมองเห็นเหล่านี้เป็นทรงต่างๆ อย่างถ้วยฟุตบอลโลก แม่ไก่ เรดาห์ สิงโต หรือแม้กระทั่งหินศิวลึงค์ ซึ่งตั้งชื่อเล่นให้ว่า มอหำตั้ง เป็นการล้อกันกับผาหำหด ของอุทยานแห่งชาติไทรทองที่อยู่ไม่ไกลกัน เป็นอะไรที่บอกว่าสาวๆ ห้ามพลาดมาถ่ายรูปด้วยเด็ดขาด

ภายในอุทยานฯ มีทั้งบ้านพัก ลานกางเต็นท์ และร้านค้าสวัสดิการให้บริการนักท่องเที่ยว ช่วงเทศกาลดอกกระเจียวบานจะคึกคักผู้คนมากมายตลอด แต่หากพ้นช่วงนั้นไปจะเงียบสงบเหมาะกับการพักผ่อน ยิ่งในฤดูหนาวมีอากาศเย็นเฉียบ น่ามาโอบกอดสายหมอกเหลือเกิน

มาเที่ยวอุทยานแห่งชาติป่าหินงามแล้วต้องไปเยือนอุทยานแห่งชาติไทรทองแบบเป็นแพ็คเกจคู่ เพราะอยู่ห่างกันเพียงไม่ถึง 60 กิโลเมตร และยังเป็นอีกหนึ่งจุดชมดอกกระเจียว ซึ่งต้องขอกระซิบว่ามีความเป็นธรรมชาติยิ่งกว่าที่ป่าหินงามเสียอีก พันธุ์ดอกกระเจียวที่ไทรทองก็ใหญ่กว่า สีสดกว่า ไม่เหมือนป่าหินงามที่เน้นไปทางน่ารักหวานแหววละมุมละไม

ทุ่งดอกกระเจียวหรือทุ่งบัวสวรรค์ของอุทยานแห่งชาติไทรทองกระจายกันอยู่บนเทือกเขาพังเหย ในพื้นที่ป่าธรรมชาติ การขึ้นเขาในฤดูท่องเที่ยวซึ่งเป็นฤดูฝนจะต้องใช้รถกระบะยกสูงหรือรถขับเคลื่อนสี่ล้อ เพราะมีทางผ่านลำธารซึ่งอาจมีน้ำสูง โดยทางชุมชนและอุทยานฯ จะร่วมมือกันจัดรถท้องถิ่นพานักท่องเที่ยวจากที่ทำการอุทยานฯ ด้านล่างขึ้นสู่เทือกเขาด้านบนในราคาไม่แพง

ขึ้นถึงเทือกเขาด้านบนต้องออกแรงเดินกันหน่อยกับเส้นทางศึกษาธรรมชาติชมทุ่งดอกกระเจียวซึ่งแบ่งเป็นทั้งหมด 5 ทุ่งใหญ่ หากเดินจนทั่วตามเส้นทางทั้งหมดไป-กลับ ก็ประมาณ 4 กิโลเมตร แต่รับรองว่าคุ้มค่ากับการเที่ยวชมแน่นอน เพราะเป็นธรรมชาติบริสุทธิ์ที่ถูกรบกวนไม่มากนัก นอกจากนี้บนทุ่งบัวสรรค์ยังมีหน้าผาชมวิวสวยๆ เป็นแนวยาวต่อเนื่องกันหลายร้อยเมตร ตั้งแต่ผาพ่อเมือง ผาหำหด ซึ่งโด่งดังจากภาพชะง่อนหินยื่นออกไปจากหน้าผาเพียงนิดเดียว วัดใจให้ใครกล้าไปยืนถ่ายรูป ผาเพลินใจ และผาอาทิตย์อัสดง การเที่ยวชมวิวตามหน้าผาเหล่านี้เป็นอีกกิจกรรมที่ไม่อยากให้พลาดกันเลยเชียว และสามารถเที่ยวชมอย่างเพลิดเพลินทุกฤดูกาล รวมถึงช่วงไม่มีดอกกระเจียวด้วย

ขณะที่ด้านล่างมีน้ำตกไทรทองให้เราได้ยลความชุ่มฉ่ำ อาจเป็นน้ำตกที่ไม่ใหญ่มากมายนัก แต่ก็สวยงามและเหมาะกับการเล่นน้ำพอสมควรเลยทีเดียว ใกล้กับที่ทำการฯ มีทั้งบ้านพัก ลานกางเต็นท์ และร้านอาหารให้บริการ เป็นอีกหนึ่งจุดที่เหมาะกับการมาแคมปิ้งสูดอากาศบริสุทธิ์กันมากๆ หรือหากอยากนอนค้างแรมบนเขาก็ได้เช่นเดียวกัน แต่ต้องเตรียมอาหารการกินไปให้พร้อมนะเอ้อ เพราะเขาไม่มีขายบนนั้น

เที่ยวป่าชัยภูมิเที่ยวไม่ยาก ชมภาคอีสานในอีกมุมหนึ่งที่คุณอาจไม่เคยเห็นมาก่อน แถมยังเป็นเส้นทางเที่ยวเชื่อมต่อกับจังหวัดนครราชสีมาที่ลงตัวไม่น้อย ไม่อย่างนั้นการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เขาไม่แบ่งให้สำนักงานนครราชสีมา ดูแลพื้นที่นครราชสีมากับชัยภูมิหรอกน่า

จะหน้าฝน หนาว ร้อน ป่าสีเขียวของชัยภูมิมีดีให้ลองมาสัมผัส แล้วจะหลงรักที่นี่นะบอกเลย

สอบถามเพิ่มเติม :
– อุทยานแห่งชาติป่าหินงาม Tel. 0-4405-6141
– อุทยานแห่งชาติไทรทอง Tel. 0-4473-8428,
08-9282-3437
– การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยสำนักงานนครราชสีมา
Tel. 0-4421-3030, 0-4421-3666

ชัยภูมิสีเขียว บนเส้นทางเชื่อมต่อจากนครราชสีมา

ชัยภูมิสีเขียว บนเส้นทางเชื่อมต่อจากนครราชสีมา

ชัยภูมิสีเขียว บนเส้นทางเชื่อมต่อจากนครราชสีมา

ชัยภูมิสีเขียว บนเส้นทางเชื่อมต่อจากนครราชสีมา

ชัยภูมิสีเขียว บนเส้นทางเชื่อมต่อจากนครราชสีมา

ชัยภูมิสีเขียว บนเส้นทางเชื่อมต่อจากนครราชสีมา

ชัยภูมิสีเขียว บนเส้นทางเชื่อมต่อจากนครราชสีมา

ชัยภูมิสีเขียว บนเส้นทางเชื่อมต่อจากนครราชสีมา

ชัยภูมิสีเขียว บนเส้นทางเชื่อมต่อจากนครราชสีมา

ชัยภูมิสีเขียว บนเส้นทางเชื่อมต่อจากนครราชสีมา

บทความที่เกี่ยวข้อง

Comments are closed.

โปรโมชั่นพิเศษสำหรับนักท่องเที่ยว ส่วนลดที่พัก โปรโมชั่นที่พักสุดพิเศษ
Loading...